โรคหัวใจ

โรคหัวใจ โรคร้าย
โรคร้ายที่ครองแชมป์การเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งในช่วง 20 ที่ผ่านมา แม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจะเริ่มลดน้อยลงแล้วก็ตาม หัวใจ คือ กล้ามเนื้อที่คอยทำหน้าที่สูบฉีดโลหิต โดยมีออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย กล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อหัวใจได้รับออกซิเจนจากหลอดเลือดแดง หัวใจสองเส้นหลัก ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ทุกส่วนของหัวใจ แต่หากหลอดเลือดทั้งสองนี้ผิดปกติไป ก็อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ในประเทศไทยการเกิดโรคหัวใจตีบตัน
อันเนื่องมาจากมีสิ่งไม่พึงประสงค์เข้ามาเกาะอยู่ภายในผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้รูหลอดเลือดแคบลง เช่น คอเลสเตอรอล โปรตีน ไขมัน เมื่อผนังหลอดเลือดหัวใจเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ รูหลอดเลือดก็จะแคบลงตามมา ทำให้หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น ผลที่ตามมาคือความดันโลหิตจะสูงขึ้น และเกิดการแตกร้าวที่ผนังหลอดเลือด เมื่อผนังหลอดเลือดมีรอยร้าว ก็ทำให้มีรอยร้าว อาจทำให้มีลิ่มเลือดมาอุดตัน จนทำให้รูหลอดเลือดทั้งหมดอุดตันได้ในที่สุด เมื่อเป็นโรคนี้แล้วจะทำให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก อึดอัดบริเวณกลางหน้าอก อาจจะเป็นด้านซ้าย หรือทั้งสองด้าน มักจะไม่เป็นด้านขวาด้านเดียว ในบางรายจะร้าวไปถึงบริเวณแขนซ้าย หรือทั้งสองข้าง บ้างครั้งจุกแน่นที่คอ บางรายเจ็บบริเวณกรามคล้ายเจ็บฟัน ซึ่งอาการที่กล่าวมานี้อาจเกิดขึ้นขณะออกกำลัง เช่น เดินเร็วๆ รีบ หรือขึ้นบันได วิ่ง โกรธ โมโห ในรายที่เกิดกรณีหลอดเลือดหัวใจอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน อาการจะรุนแรงมาก หรืออาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เหงื่อออกมาก และหมดสติ
ใครบ้างเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
กรรมพันธุ์ เพศ และอายุ เพศชายจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะในวัย 45 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงอัตราเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่ออายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป หรือวัยทองหลังหมดประจำเดือน แม้ว่าจะแก้ไขไม่ได้ แต่เราสามารถรู้ตัวก่อนเป็นได้จากการตรวจยีนพันธุกรรม (APOE Genetic Test) ว่าคุณมีอัตราเสี่ยงโรคนี้ หรือไม่ อ่านเพิ่มเติม

 

ทารกแรกเกิด ได้รับการตรวจคัดกรอง

ตรวจคัดกรอง โรคหัวใจ พิการแต่กำเนิดชนิดเขียว (Cyanotic Cori genital Heart Disease Screening)
ตรวจคัดกรองโรคเอ๋อ (ภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน) (Hypothyroidism, Phenylketonuria)
ตรวจคัดกรองการได้ยิน (Hearing Screening)
การตรวจคัดกรองภาวะตัวเหลือง (Neonatal Hyperbilirubinemia Screening)

โรคหัวใจ พิการแต่กำเนิดชนิดเขียว
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นสาเหตุให้ทารกเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลและรักษาอย่างทันท่วงที โดยสถิติของการเกิดโรคนี้ ประมาณ 5-10 คน ต่อทารก 1000 คน

วิธีการ
วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด โดยการใช้เครื่อง Pulse Oximeter
วันในขณะที่เด็กนอนหลับ โดยติดสายวัดที่มือ และเท้าของทารกข้างเดียวกัน เปรียบเทียบค่าที่ได้ ค่าปกติต้องมากกว่า หรือเท่ากับ 95% หากน้อยกว่า 95% อาจต้องทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจ Echo ดูลักษณะของหัวใจ

ข้อแนะนำ
ผู้เลี้ยงดูควรสังเกตอาการที่ผิดปกติ ถ้าดูดนมได้ช้า ดูดนมแล้วหอบเหนื่อย เหนื่อยหอบง่าย เลี้ยงไม่โต หรือเติลโตช้า เขียวเวลาดูดนม ซึ่งเป็นอาการหนึ่งที่อาจสงสัยว่าเด็กเป็นโรคหัวใจ

โรคเอ๋อ
โรคเอ๋อ หรือ ภาวะปัญญาอ่อนจากการพร่องธัยรอยด์ฮอโมนแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของต่อมธัยรอยด์ หรือการขาดสารไอโอดีนของมารดาในขระตั้งครรภ์ สำหรับประเทศไทยพบทารกที่เป็นโรคเอ๋อ 1 คนต่อทารก 4,000 คน ภาวะนี้ หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็วจะทำให้พัฒนาการของร่างกายและสติปัญญาล่าช้า เด็กที่ได้รับการรักษาภายใน 1 เดือน จะสามารถพัฒนาการได้ปกติตามวัย

วิธีการ
ในทารกที่มีอายุครบ 2 วัน หรือ วันก่อนกลับบ้าน จะมีการเจาะเลือดที่หลังมือใส่กระดาซับเลือด เพื่อส่งตรวจดูค่า TSH และ PKU กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ข้อแนะนำ
คุณพ่อคุณแม่ ควรให้เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวกที่สุดกับพยาบาล ก่อนกลับบ้าน เนื่องจากผลตรวจจะทราบหลังวันตรวจประมาณ 2-3 วัน
กรณีผลเลือดผิดปกติ ทางโรงพยาบาลจะรีบโทรติดต่อผู้ปกครองให้พาเด็กหลับมาตรวจซ้ำ และรีบให้การรักษาโดยเร็วที่สุด

การได้ยินในทารกแรกเกิด
เพราะเด็กมีการเรียนรู้จากการฟัง เพื่อให้เกิดพัฒนาการทางภาษาและการพูด หากเด็กไม่ได้ยินเสียงจะส่งผลให้พัฒนากการทางภาษาไม่เกิด หรือมีพัฒนาการช้า โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรก โดยพบอัตราการสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิด 1-3 คน ต่อทารก 1,000 คน และ 2-4 คน ต่อทารก 100 คน ที่มีปัจจัยเสี่ยง

วิธีการ
ตรวจวัดการได้ยินในขณะที่เด็กหลับ โดยใส่ Headphone ในรูหูเด็กทีละข้าง แล้วปล่อยเสียง Click ในระดับความดังที่ไม่เป็นอันตรายต่อหู และไม่รบกวนการนอนของเด็ก เครื่องจะแปลผลการได้ยินและทราบผลการตรวจทันที เป็นการตรวจวัดที่แม่นยำ และเชื่อถือได้

ข้อแนะนำ
หากพบมีความผิดปกติในการได้ยิน ตั้งแต่แรกเกิด เด็กควรได้รับการช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยินก่อนอายุ 6 เดือน เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการใกล้เคียงกับเด็กปกติ และที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นคอยสังเกตพัฒนาการเด็กตามวัยอยู่เสมอ อ่านเพิ่มเติม

ALMOND ต้านโรคหัวใจ

อัลมอนด์
มีคุณประโยชน์ต้าน โรคหัวใจ เนื่องจากมีส่วนประกอบสำคัญอย่างกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับ HDL หรือไขมันดี และลดระดับ LDL ไขมันเลวในร่างกายลง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และจำเป็นต่อกระบวนการทำงานของร่างกาย สามารถรับประทานได้ทุกวัน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
จากผลการวิจัยระบุว่า การรับประทานอัลมอนด์เพียงวันละ 1 หยิบมือ ช่วยลด LDLได้ถึง 4.4% และถ้ารับประทาน 2 หยิบมือต่อวัน ช่วยลด LDL ได้ถึง 9.4% อ่านเพิ่มเติม

หัวใจ เต้นผิดจังหวะ ใจสั่นหวิว หัวใจเต้นเร็ว ถือเป็นโรคหัวใจชนิดหนึ่ง เกิดจากมีจุด

ภัยเงียบ’ หัวใจ เต้นผิดจังหวะ’ รีบสังเกตอาการรักษาได้

โดยทั่วไปแล้วโรค หัวใจ เต้นผิดจังหวะ ถือเป็นโรคหัวใจชนิดหนึ่ง เกิดจากมีจุด หรือตำแหน่งบางตำแหน่งในหัวใจที่กำเนิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ หรือมีจุดวงจรลัดไฟฟ้าเล็กๆ ภายในหัวใจ เนื่องจากความผิดปกติดังกล่าวมีขนาดเล็กจึงไม่มีผลต่อการทำงานของหัวใจ แตกต่างจากโรคหัวใจชนิดอื่นที่มักมีพยาธิสภาพขนาดใหญ่ เช่น ที่ลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ หรือหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งพบร่วมกับการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ

อาการของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • หัวใจเต้นช้าผิดปกติ มีอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที จะมีอาการมึนงง ใจหวิว วูบ ความดันโลหิตต่ำ หากเป็นหนักอาจจะเป็นลมหมดสติ ในรายที่อาการไม่มาก อาจมีเพียงอาการอ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ มีอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 60 ครั้ง/นาที หากเป็นเพียงเล็กน้อยจะมีอาการเหนื่อยง่าย และหัวใจเต้นเร็วเท่านั้น แต่หากเป็นหนักจะมีอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ หัวใจวาย และอาจเสียชีวิตโดยเฉียบพลัน หากเกิดข้อสงสัยในกรณีที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรพบแพทย์เพื่อซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด ในกรณีมีอาการวูบ เป็นลม หมดสติ มีอาการใจสั่นอย่างรุนแรง หรือเหนื่อยมาก โดยขณะที่มีอาการควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

สาเหตุหลักๆ ของโรค หัวใจ เต้นผิดจังหวะ

  • กรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นความผิดปกติของวงจรไฟฟ้าหัวใจตั้งแต่กำเนิด
  • การเสื่อมสภาพของระบบไฟฟ้าหัวใจ มักเกิดในผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ เนื่องจากหัวใจทำงานมาเป็นเวลานาน จึงเกิดความเสื่อมตามอายุการใช้งาน ระดับพลังงานที่กระตุ้นหัวใจจึงทำงานน้อยลง ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าผิดปกติ
  • โรคบางชนิด ส่งผลให้เกิดการเต้นผิดจังหวะ เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคเบาหวาน และผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
  • ยา และสารเสพติดบางชนิด การทานยาบางชนิดอาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เช่น ยารักษาโรคหวัด ยาขยายหลอดลม ยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ อ่านเพิ่มเติม