Categories
สุขภาพ

สวยใส อ่อนเยาว์ ด้วยการออกกำลังกาย

สวยใส อ่อนเยาว์ ด้วยการออกกำลังกาย
ใครๆ ก็อยากจะดูเด็ก อ่อนวัยทั้งนั้น การออกกำลังกายเป็นหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สามารถช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับร่างกาย ผิวพรรณ และจิตใจได้

คำว่าแก่ แค่พูดเบาๆ ก็เจ็บ สาเหตุที่ทำให้ใครหลายคนพยายามหาสารพัดวิธี เพื่อรักษาความอ่อนเยาว์เอาไว้ การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยรักษาและดูแลร่างกายที่เห็นผลได้ชัดเจน เรียกได้ว่า แข็งแรงทั้งร่างกาย ห่างจากโรคต่างๆ ลดความเครียด และ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ซึ่งใครที่อยากดูสวย สดใส อ่อนเยาว์ ดูดีในวัย 30+ โดยไม่ต้องพึ่งพาครีมแพงๆ ลองหาเวลาไปออกกำลังกายดู เพียงไม่กี่นาทีต่อวัน ก็สามารถช่วยคงความอ่อนวัยให้กับเราได้แล้ว

การออกกลังกายกับการชะลอวัย
มีรายงานการวิจัยมากมาย ที่ยืนยันว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลดีกับสุขภาพพื้นฐาน ทั้งทางด้านร่างกาย ผิวพรรณ สมอง ความจำ การนอนหลับ และจิตใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs (Non-Communicable diseases) ได้

เนื่องจากการออกกำลังกายเป็นประจำนั้น จะช่วยคงสภาพ และรักษาเซลล์ที่เป็นตัวควบคุมความแก่ชรา (Telomere) ลดกลไกการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย และช่วยส่งเสริมให้ระบบต่างๆ ทั้งภายนอก และภายในร่างกายทำงานสอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อระบบต่างๆ ของร่างกายดี จึงส่งผลให้คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ดูสดใส และดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง

ออกกำลังกายเพียง 30 นาทีต่อวันลดอายุได้
หลายคนคงสงสัยว่า การออกกำลังกายในปริมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม และให้ผลดีกับสุขภาพ การออกกำลังกายที่ให้ได้ผลดี และไม่ทำร้ายสุขภาพนั้น จะต้องดูจากพื้นฐานร่างกายของแต่ละคนเป็นหลัก ทั้งเพศ วัย สภาพร่างกาย โรคประจำตัว หากเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การเลือกกิจกรรมการออกกำลังกาย ความหนัก และระยะเวลาในการออกกำลังกายควรได้รับคำแนะนำ และการดูแลจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว จะแนะนำให้ออกกำลังกายที่ความหนักปานกลาง ครั้งละ 60 นาที 4-5 วันต่อสัปดาห์ สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายให้เริ่มจากน้อย ค่อยๆ ปรับระยะเวลา ความหนักของกิจกรรม ขึ้นตามพัฒนาการ และความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อไม่เป็นการกดดันร่างกายมากจนเกินไป โดยเริ่มจาก 10-15 นาทีต่อวัน จากนั้นเมื่อรู้สึกแข็งแรงขึ้นจึงค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นเป็นครั้งละ 20 นาที จนถึงครั้งละ 30 นาที 4-5 วันต่อสัปดาห์ต่อสัปดาห์ก็ได้

หัวใจของการออกกำลังกายเพื่อความอ่อนเยาว์
เพื่อให้การออกกำลังกายได้ประโยชน์กับสุขภาพ และช่วยฟื้นความสดใสอ่อนเยาว์นั้น ความสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องสำคัญ ทำกิจกรรมการออกกำลังกายที่ชื่นชอบ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกิจกรรมการออกกำลังกายไปในทุกๆส่วน ทุกๆระบบของร่างกาย

กิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เช่น เวทเทรนนิ่ง Cross Fit
กิจกรรมที่เพิ่มความฟิตให้กับร่างกาย หัวใจ การหายใจ และการสูบฉีดเลือด เช่น การคาร์ดิโอประเภทต่างๆ ปั่นจักรยาน เดิน วิ่ง เต้น หรือ แอโรบิกเข้าจังหวะเพลง
กิจกรรมเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และ ผิวหนัง เช่น โยคะ และ พิลาทิส
นอกจากนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ และอาการบาดเจ็บ ควรหมั่นสังเกตสภาพร่างกายกายตนเอง หากมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรืออาการบาดเจ็บให้หยุดการออกกำลังกาย เพื่อสังเกตอาการ หรือหากมีอาการเจ็บเรื้อรัง หยุดพักแล้วไม่หาย ไม่ดีขึ้น ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรักษา

โภชนาการกับการออกกำลังกาย
เมื่ออกกำลังกายร่างกายย่อมต้องการพลังงาน และสารอาหารมากขึ้น เพื่อมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไป การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเพียงพอจะช่วยส่งเสริมให้การออกกำลังกายได้ผลดีมากยิ่งขึ้น

เลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นที่การทานผักใบเขียว ผลไม้ไม่หวานจัด เลือกข้าวแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อย และเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือ ผัก-ผลไม้ 2 ส่วน ข้าวแป้งขัดสีน้อย ถั่ว เมล็ดพืช 1 ส่วน และ เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ 1 ส่วน

หมั่นดื่มน้ำตลอดทั้งวันให้มาก โดยการดื่มน้ำในช่วงออกกำลังกาย ให้ค่อยๆ จิบน้ำ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำในร่างกาย

การนอนหลับพักผ่อนก็สำคัญ
การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงาน และ การทำงานของระบบต่างๆ ทั้งภายนอก และภายในร่างกาย จึงควรได้รับการพักผ่อนที่ดี และเพียงพอ หาวันพักจากการออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ 1-2 วัน หรือ ออกกำลังกาย 2 วันพัก 1 วัน เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าแล้ว การพักผ่อนที่ดียังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ลดการบาดเจ็บ แถมทำให้ออกกำลังกายได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

ufa24h

Categories
สุขภาพ

ถึงเวลา..ปลุกความเป็นชายในตัวคุณ

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็หันมาดูแลสุขภาพ ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย รวมถึงการดูแลตนเองในชีวิตประจำวันต่าง ๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยที่เราจะเปิดเผยว่าเราเป็นคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะกับคุณผู้ชาย

ผู้ชายมักนิยมที่จะกินโปรตีนและเล่นยิม เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ควบคุมน้ำหนัก และรูปร่างให้อยู่ในความพอดีสมส่วน ให้ดูมีความกำยำ มีกล้ามเนื้อแข็งแรง แต่นอกเหนือจากการออกกำลังกายที่ยิมหรือฟิตเนสแล้ว มาดูกันว่ามีอะไรอีกบ้างที่คุณผู้ชายควรทำ

1. ละเลิกความหวาน
เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาล ฮอร์โมนอินซูลินจะถูกหลั่งออกมา และฮอร์โมนอินซูลินนี้ จะไปขัดขวางการผลิตฮอร์โมนเพศมากขึ้น
2. เสริมแร่ธาตุ Zinc (จากอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ถั่วลิสง)
ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายได้ดีขึ้น
3. รับวิตามินดีจากแสงแดด
จะมีส่วนในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่อย่าลืมทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสีด้วยนะ
4. หากิจกรรมผ่อนคลายเพื่อลดความเครียดลง
ทั้งการออกกำลังกาย หรือการเล่นดนตรี เล่นกับสัตว์เลี้ยงเป็นต้น
5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอถึง 8 ชั่วโมง
เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและฟื้นฟูอย่างเต็มที่

อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

เป้าหมายชีวิต เป้าหมายสุขภาพ เป้าหมายที่กำหนดไว้

เป้าหมาย ชีวิต เป้าหมายสุขภาพ เป้าหมายที่กำหนดไว้

คุณกลัวอาการเจ็บป่วยไหม
คุณกลัวความพิการหรือไม่
คุณกลัวความตายหรือเปล่า

คุณกลัวอกหักไหม

เป้าหมาย ของคุณ คุณพร้อมหรือยังที่จะได้นำไปใช้เพื่อสุขภาพของคุณหรือคุณจะไม่ทำเพื่อสุขภาพของคุณเอง เป้าหมาย มีไว้พุ่งชน


คำตอบที่ได้ในคนส่วนใหญ่คงเห็นไม่แตกต่างกันสักเท่าใด แต่เรื่องแปลกคือเรากลับทอดทิ้งเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องท้ายๆ ทั้งที่เราทุกคนก็เห็นว่าสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ เราเฝ้าแต่วาง เป้าหมาย เรื่องการงาน การเงิน ไปตามกระแสของโลกทุนนิยม ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร การที่เราจะมีเป้าหมายชีวิตที่ประสบความสำเร็จด้านการงานหรือการเงินนั้นย่อมเป็นสิ่งสำคัญ แต่เราลองคิดกันดูสิว่า มันจะดีกว่าไหม ที่เราจะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิต โดยไม่ลืมเป้าหมายที่สำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งอย่างเรื่องสุขภาพไป เราจะยืนอยู่ ณ จุดสุดยอด โดยมีสุขภาพที่ดี มีร่างกายที่แข็งแรง ร่างกายที่พร้อมจะพาเราไปสู่เป้าหมายใหม่ๆ ต่อไป

เมื่อเรามีแต่ เป้าหมาย ทางการงาน แต่หลงลืมหรือละเลยการตั้งเป้าหมายทางสุขภาพเอาไว้ เราจึงรู้แต่ว่าวันนี้เราจะต้องทำงานแค่ไหน เก็บเงินเท่าใด เราจึงจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายชีวิต แต่เรากลับไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนว่าเราจะต้องปฏิบัติตัวเพื่อรักษาสุขภาพอย่างไร ทำให้เราสามารถไปถึงยังเป้าหมายของสุขภาพที่ดีอย่างที่เราต้องการได้ เพราะมันไม่มีอยู่ตั้งแต่แรก เราจึงได้แต่เฝ้าภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ว่าขอให้เราอย่าได้เจ็บไข้ได้ป่วยเลย แล้วเป็นฝ่ายรอ รอ รอ ว่าเมื่อไรสุขภาพของเรามีปัญหา แล้วเราค่อยไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นอีกที ซึ่งเรามั่นใจได้อย่างไรว่า เราจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทุกครั้ง เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะไม่ตกลงไปสู่ก้นหุบเหวโดยไม่สามารถปีนขึ้นมาได้อีก

ดังนั้นถ้าตอนนี้เราสามารถเปลี่ยนความคิด เริ่มวางเป้าหมายทางสุขภาพ กันตั้งแต่แรก เริ่มการฝึกจินตนาการถึงสภาวะทางสุขภาพที่เราอยากเป็น จินตนาการออกมาให้ชัดเจนมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ยิ่งภาพนั้นชัดเจนเท่าไหร่ เราก็จะสามารถมีสุขภาพที่ดีเหมือนภาพที่เราต้องการมากขึ้นเท่านั้น เพราะภาพเป้าหมายทางสุขภาพของเรานั้นจะเป็นตัวกำหนดความคิดของเรา ทำให้เราเกิดความตระหนักอยู่เสมอว่า สิ่งที่เรากำลังปฏิบัติอยู่นั้น มันขัดต่อเส้นทางที่จะทำให้เราเดินไปสู่เป้าหมายทางสุขภาพของเราหรือไม่ เรากำลังจะทำในสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการจริงๆ อยู่อหรือเปล่า แล้วเราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เราจึงจะมีสุขภาพที่ดีอย่างที่เราหวัง ทำให้เราใช้ชีวิตได้ตามความคิดของเรา ไม่ใช่การใช้ชีวิตตามสัญชาตญานอย่างที่เป็นอยู่

ตอนนี้เรามาลองคิดเป้าหมายทางสุขภาพของตัวเรากันบ้างดีกว่าไหม เป้าหมายทางสุขภาพของเราเอง ที่เราเป็นคนกำหนดด้วยตัวของเราเอง และเราจะรับผิดชอบต่อเป้าหมายของเรา ด้วยการปฏิบัติตัวของเราเองด้วยเช่นกัน

ในอีก 1 ปีข้างหน้าคุณอยากจะได้ผลตรวจสุขภาพประจำปีแบบใด

อีก 5 ปี ข้างหน้าคุณจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน อ้วนผอมกว่าตอนนี้เพียงใด

หรือแม้กระทั่งว่า ในบั้นปลายของชีวิต คุณอยากจะให้คุณเองจากโลกนี้ไปอย่างสงบ โดยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างที่เราๆ หรือจากไปอย่างกระทันหันไม่ทันตั้งตัว อย่างที่เราเห็นกันอยู่ดาดดื่นทั่วไปอย่างทุกวันนี้

สิ่งเหล่านี้เราจะเลือกเป็นคนกำหนดด้วยตัวเอง หรือจะรอแล้วแต่โชคชะตาเป็นคนชักนำ จริงๆ แล้วเราเป็นคนที่เลือกได้ เพียงแต่ว่าเราจะใช้สิทธิ์นั้นหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม