Categories
สุขภาพ

โดยไม่ต้องฆ่า ไล่หนู ออกจากบ้าน ปลอดภัยไร้สาร วิธีใหม่ที่ปลอดภัยแต่ได้ผลมากกว่า!

หลายบ้านอาจจะเคยได้ยินเสียงร้องจี๊ด ๆ หรือเสียงฝีเท้าวิ่งไป-มาอยู่บนฝ้าเพดาน และอาจจะมีการทิ้งร่องรอยน่าสงสัยเอาไว้ให้ไม่สบายใจอยู่บ้าง ก็คงต้องลองสำรวจดูสักหน่อยแล้ว ว่าบ้านของคุณเข้าข่ายมี ” ไล่หนู ” อพยพกันมาอาศัยอยู่บ้างหรือไม่ และถ้าหากพบว่าภายในบ้านมีครอบครัวหนูมาอาศัยอยู่แล้ว ก็คงต้องมองหาวิธี ไล่หนู กันสักหน่อย

ทำไมหนูจึงเข้ามาอยู่ในบ้าน?
ด้านบนนี้ก็เป็นเหตุผลที่คุณควรไล่หนูออกไปจากตัวบ้าน ส่วนสาเหตุที่หนูเข้ามาอยู่ในบ้านนั่นก็เป็นเพราะว่าภายในบ้านมีทั้งความอบอุ่นและเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้กับหนู อย่าลืมว่าสัตว์เกือบทุกชนิดจะมองหาอาหารและสถานที่อยู่อาศัยเสมอ นี่เป็นธรรมชาติของสัตว์ และจะมีที่ใดที่ดีไปกว่าห้องครัวอีก โดยปกติแล้วหนูจะชอบเข้าไปอยู่ในห้องครัวเป็นอย่างมาก เพราะภายในห้องครัวมีทั้งอาหารเหลือมีเศษอาหารที่ทานไม่หมด และของสดที่ถูกเอาไว้ในถังขยะ ทำให้หนูสามารถแอบกินอาหารเหล่านี้ได้ง่าย

นอกจากนี้ห้องครัวยังมีความสกปรกจากการทำอาหารซึ่งความสกปรกเหล่านี้จะส่งกลิ่นที่ไปกระตุ้นให้หนูรู้ว่ามีอาหารอยู่ และทำให้มันวิ่งเข้ามากินเศษอาหารที่ตกอยู่ในห้องครัวได้ง่าย การทำความสะอาดบ้าน (โดยเฉพาะในห้องครัว) จะช่วยป้องกันไม่ให้บ้านมีเศษอาหารตกค้างและทำให้หนูเลือกไปอยู่ที่อื่นแทนได้ และถึงแม้ว่าบ้านจะทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เก็บกวาดจนไม่มีเศษอาหารตกค้างเหลืออยู่แล้ว ก็อาจจะมีหนูอยู่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในหน้าฝนที่เจ้าหนูตัวน้อยๆ มักจะหลบฝนและน้ำท่วมเข้ามาตามท่อจนมาโผล่ภายในตัวบ้านทั้งในห้องน้ำและห้องครัวได้เช่นกันดังนั้นจึงควรตรวจเช็คส่วนฝาท่อต่างๆให้ดี

ทำไมต้อง ไล่หนู ออกจากบ้าน?
สาเหตุที่เราต้องไล่หนูออกไปจากบ้านก็เพราะว่า หนูเป็นสัตว์ที่นำมาซึ่งความสกปรก หนูแต่ละตัวอาจจะวิ่งมาจากแหล่งท่อน้ำสกปรกที่เราไม่รู้เลยว่ามันไปเหยียบอะไรมาบ้าง และเมื่อหนูเข้ามาแอบกินอาหารในห้องครัวก็อาจจะทำการแพร่เชื้อเอาไว้บนอาหารได้ เมื่อคนมารับประทานต่อก็อาจจะเกิดโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้สิ่งที่หลายๆคนกลัวจากการที่หนูเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านก็คือปัสสาวะของหนูที่มีทั้งเชื้อโรคและของเสีย ถ้าหนูไปแอบฉี่อยู่ในอาหารหรือภาชนะ นอกจากจะสังเกตได้ยากแล้ว ฉี่หนูเหล่านี้อาจจะทำให้คนที่ใช้ภาชนะติดเชื้อโรคจนป่วยเป็นโรคฉี่หนูได้

หนูเป็นพาหะนำโรคนี่น่ากลัวถ้าหากว่าคุณไม่รู้จักป้องกัน โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนอย่างประเทศไทยที่มีหนูอาศัยอยู่ตามท่อน้ำเป็นจำนวนมาก มันสามารถวิ่งเข้ามาในห้องครัวผ่านทางท่อน้ำได้ไม่ยาก ความสกปรกและเชื้อโรคที่มาพร้อมกับหนูเหล่านี้จะสร้างปัญหาให้กับผู้อยู่อาศัยในตัวบ้าน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิธีการไล่หนูออกไปจากตัวบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นเรื่องที่ควรทำทันทีเมื่อพบว่ามีหนูเข้ามาอยู่ในบ้านของคุณ

อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ส่องกล้อง หลอดลม ทางเลือกการตรวจชิ้นเนื้อปอด

ส่องกล้อง หลอดลม ทางเลือกการตรวจชิ้นเนื้อปอดเป็นวิธีที่ใช้ในปัจจุบันเเต่ในอดีตการพิสูจน์หาสาเหตุของก้อนใน ปอด จะนิยมใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเนื้อออกมา ข้อดีก็คือแพทย์จะสามารถให้การวินิจฉัยและรักษาได้ในการผ่าตัดครั้งเดียว แต่การผ่าตัดในลักษณะนี้เป็นหัตถการใหญ่ที่ต้องดมยาสลบ ทำให้ผู้ป่วยต้องพักฟื้นนาน และอาจต้องเสียเนื้อปอดไปโดยเปล่าประโยชน์

ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาทั้งวิธีการและเครื่องมือให้สามารถทราบถึงสาเหตุของก้อนในปอดได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แต่ใช้การตรวจด้วยการส่องกล้องทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องพักฟื้นนาน และลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด เป็นหัตถการที่ให้ข้อวินิจฉัยถูกต้องแม่นยำ และปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการส่องกล้อง หลอดลม
การส่องกล้องส่วนใหญ่จะทำในท่านอนราบ ก่อนการส่องกล้องตรวจหลอดลม ผู้ป่วยจะได้รับการพ่นยาชาบริเวณจมูกและลำคอ จากนั้นแพทย์จะใส่กล้องสำหรับการตรวจเข้าทางจมูกข้างหนึ่งหรือทางปาก ผ่านลำคอและกล่องเสียงเข้าไปยังหลอดลม ในขณะส่องกล้องผู้ป่วยอาจรู้สึกอึดอัดบ้าง และแพทย์จะพ่นยาชาผ่านทางกล้องเข้าไปในหลอดลมเป็นระยะ ซึ่งอาจทำให้มีอาการไอหรือสำลักเล็กน้อย โดยผู้ป่วยสามารถหายใจได้ตามปกติ

ระหว่างการส่องกล้องผู้ป่วยจะได้รับการวัดความดันโลหิต ชีพจร และระดับออกซิเจนในเลือดตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย ในบางกรณีอาจจะมีการให้ยานอนหลับทางเส้นเลือดดำก่อนการส่องกล้องเพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งแพทย์จะทำการตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อออกมาเล็กน้อย และส่งตรวจทางพยาธิวิทยาอย่างละเอียดว่าเป็นเนื้อชนิดใด เพื่อวางแผนในการรักษาอย่างตรงจุด

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
หลังการส่องกล้อง หลอดลม อาจจะมีอาการเจ็บคอ หรือเสมหะปนไอปนเลือดเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้จะสามารถหายไปได้เอง แต่ในคนไข้บางรายก็อาจมีเลือดออกหลังทำการตัดชิ้นเนื้อ เกิดภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วยแต่ละราย โดยผู้ป่วยจะได้รับการตรวจสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและนัดมาฟังผลการตรวจตามขั้นตอนต่อไป และหลังจากนั้นแพทย์จะนัดมาฟังผลการตรวจ และวางแผนการรักษาตามตามขั้นตอนต่อไป อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

เพราะสุขภาพดีทำให้เรายิ้มได้ COMPREHENSIVE CHECK UP ศาสตร์แห่งการดูแลรักษาสุขภาพแบบยั่งยืน

Comprehensive Check Up หรือตรวจสุขภาพแบบครบวงจรคืออะไร?
Comprehensive Check Up เป็นการตรวจสุขภาพที่มุ่งเน้นการป้องกันในเชิงลึก และการเลือกใช้วิธีชะลอความเสื่อมของร่างกายให้กับผู้เข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสม โดยวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของร่างกาย อันเกิดจากพฤติกรรมต่างๆ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และวิธีการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยในการตรวจสภาวะของร่างกายโดยละเอียด อาทิ การตรวจหาสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) การตรวจหาระดับฮอร์โมน (Hormone) ในร่างกาย การตรวจยีน (Gene Testing) การตรวจสุขภาพระดับเซลล์ (Genetic) การตรวจการแพ้อาหาร (Food Intolerance) เป็นต้น

ComprehensiveCheck Up แตกต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไรบ้าง?
เป็นการตรวจสุขภาพที่เน้นการป้องกัน และแก้ปัญหาก่อนการเกิดโรคอย่างแท้จริง

มีบุคลากรหลายฝ่ายที่ร่วมกันดูแลสุขภาพให้กับผู้เข้ารับการตรวจ เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน โดยนอกจากคำแนะนำในการดูแลสุขภาพจากแพทย์แล้ว ยังมีนักโภชนาการที่จะให้คำแนะนำหรือกำหนดอาหาร นักกายภาพบำบัดที่จะออกแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล

มีขั้นตอนการเตรียมผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่ออกแบบให้เหมาะเฉพาะบุคคลที่ถูกต้องตามมาตรฐาน โดยมีเภสัชกรเป็นผู้ดูแล

มีการติดตามผลการรักษา และความคืบหน้าในการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

ComprehensiveCheck Up จะตรวจอะไรบ้าง?
แพ็กเกจComprehensiveCheck Up ของศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้รับการออกแบบให้ตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์สภาวะสุขภาพ ตรวจหาความผิดปกติ พร้อมให้คำปรึกษาในการดูแลและรักษาเมื่อพบปัญหาในทันที ซึ่งหลังจากการตรวจ ทีมแพทย์จะทำการวิเคราะห์ดัชนีชี้วัดทางสุขภาพของผู้เข้ารับการตรวจอย่างลึกซึ้ง รอบด้าน พร้อมให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายและวิถีชีวิตแบบรายบุคคล เพื่อสร้างสุขภาพและความรู้สึกที่ดีต่อร่างกายและจิตใจ อันจะไปสู่ความสุขและการมีรอยยิ้ม ที่เกิดจากพื้นฐานสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง

ผู้เข้ารับการตรวจจะได้ทราบถึงสภาวะที่แท้จริงของร่างกายที่สะท้อนออกมาทางดัชนีทางสุขภาพที่ครอบคลุมถึงองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ฮอร์โมน ความดันโลหิต คาร์โบไฮเดรต คอเลสเตอรอล ความฟิตของร่างกาย ความเครียด องค์ประกอบของร่างกาย และการอักเสบ โดยการตรวจระดับลึกเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ชะลอวัย (anti-aging medicine) ซึ่งจะนำเอาดัชนีชี้วัดทางสุขภาพทุกด้านมาประมวลหาความแข็งแรงสมบูรณ์ที่แท้จริง แล้ววางแผนปรับปรุง ส่งเสริมสุขภาพเฉพาะบุคคลในส่วนที่ยังบกพร่อง เช่น

การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต (Total Lifestyle Modification)

การจัดสมดุลของโภชนาการ (Food Nutrition)

การเสริมฮอร์โมนที่ร่างกายพร่องไป (Sex & Hormone)

การออกกำลังกาย (Physical Examination) อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ไม่เห็น…ใช่ว่าไม่มี “มลพิษ” ตัวการทำลายระบบทางเดินหายใจ

หลังจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM 2.5 เบาบางลง ภาพของผู้คนที่สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นควัน มลพิษ ก็ลดลงแทบจะทันทีทันใด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้โดยสารรถสาธารณะ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมไปถึงผู้ที่อยู่ใกล้บริเวณท้องถนนที่มีรถสัญจรผ่านตลอดทั้งวัน ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้วไม่ได้มีแค่เจ้า PM 2.5 ที่อันตรายกับร่างกาย แต่ยังมีมลพิษในอากาศอีกหลายชนิดที่เรามองไม่เห็นและก็อันตรายไม่แพ้กัน

มลพิษ ในอากาศ อันตรายอย่างไร
มลพิษทางอากาศที่อันตรายต่อสุขภาพ ตามรายงานดัชนีคุณภาพอากาศหรือที่เรียกว่า Air quality index (AQI) แบ่งออก 6 ชนิด คือ

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกิดจากการเผาไหม้ ทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟป่า และกระบวนการอุตสาหกรรม เป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมาก สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ ทําให้ปอดเสื่อม หลอดลมอักเสบ และมีอาการหอบหืด

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง กระบวนการอุตสาหกรรม การบด การโม่ หรือการทําให้เป็นผงจากการก่อสร้าง เมื่อหายใจเข้าไปจะสามารถสะสมในระบบทางเดินหายใจ เป็น อันตรายต่อสุขภาพ

ก๊าซโอโซน (O3) ก่อให้เกิดการระคายเคืองตา และระบบทางเดินหายใจ ทำให้ความสามารถในการทำงานของปอดลดลง เหนื่อยเร็ว โดยเฉพาะในเด็ก คนชรา และคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิง ก๊าซชนิดนี้จะเข้าไปจับกับเม็ดเลือด ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายลดน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย และหัวใจทำงานหนักขึ้น

ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) มีผลต่อระบบการมองเห็นและกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืด หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ หากได้รับเป็นเวลานานๆ จะทำให้เป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้

ไม่สูบบุหรี่แล้วไง…แค่สูดควัน ก็เสี่ยง!
กว่า 90 % ของผู้ป่วยโรคปอดโดยเฉพาะมะเร็งปอดในปัจจุบันล้วนมีสาเหตุสำคัญมาจากการสูบบุหรี่ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ หลายคนที่คิดว่าตนเองไม่ได้สูบบุหรี่แล้วจะปลอดภัย ซึ่งนั่นไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องนัก เพราะกว่าร้อยละ 30 ของคนที่เป็นมะเร็งปอดคือคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ได้รับควันบุหรี่จากคนใกล้ชิด และผู้ที่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะทั่วไป

นพ.วินัย โบเวจา แพทย์หัวหน้าศูนย์สุขภาพปอด และอายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤตทางเดินหายใจ โรงพยาบาลพญาไท 3 แนะนำให้ทุกคนหมั่นสังเกตตัวเองว่ามีอาการทางปอดที่เป็นสัญญาณของความผิดปกติ ดังต่อไปนี้บ้างหรือไม่
ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด ไอรักษาไม่หาย
หอบเหนื่อย หายใจติดขัด หายใจไม่ทัน
แน่นเจ็บชายโครง เจ็บหน้าอก หายใจแล้วเจ็บโดยไม่ทราบสาเหตุ
อ่อนเพลีย น้ำหนักลด มีไข้
มีเสียงดังเวลาหายใจ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

เตือนภัยรู้ก่อนสาย ชาซีกซ้าย เป็นๆ หายๆ อันตรายกว่าที่คิด

อาการ “ชา” ชามือ ชาแขน ชาขา ชาซีกซ้าย  คงเป็นอาการที่หลายๆ คนไม่ได้สนใจนัก เพราะเมื่อเราปรับเปลี่ยนอิริยาบถอาการชาเหล่านั้นก็มักทุเลาลง แต่จริงๆ แล้วอาการชาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการกดทับอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ระดับแร่ธาตุและวิตามินในร่างกายผิดปกติ และอาการชายังอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอันตราย ฉะนั้นอย่านิ่งนอนใจถ้าอาการชามาทักทายคุณเป็นประจำ

ชาซีกซ้าย ชา อาจเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
ชาบ่อยๆ เป็นๆ หายๆ เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคที่หลากหลาย ทั้งโรคเกาต์ ไทรอยด์ เบาหวาน ปลายประสาทอักเสบ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รวมไปถึงภัยเงียบที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตฉับพลันอันดับต้นๆ อย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะสาเหตุหลักๆ ของอาการชามักเกิดจากการที่เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ดังนั้นหากอาการชาทวีความรุนแรงจนลามไปทั้งซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที

รู้ได้อย่างไร ว่าหลอดเลือดหัวใจเริ่มเสี่ยง
โดยปกติแล้วโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน จะไม่มีอาการบ่งชี้ที่ชัดเจน แต่หากมีอาการก็จะเป็นลักษณะการเจ็บ จุก ที่หน้าอก เหมือนโดนอะไรหนักๆ กดทับบริเวณกลางหน้าอก โดยอาจเจ็บร้าวไปที่หลัง แขน หรือชาบริเวณซีกซ้ายของร่างกายได้ การตรวจสมรรถภาพหลอดเลือดแดง ด้วยเครื่อง Vascular Screening จึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้รู้ได้ว่าหลอดเลือดของคุณเสี่ยงต่อภาวะ ตีบ แตก ตัน หรือไม่

Vascular screening เป็นการตรวจหลอดเลือดแดงส่วนปลายของแขนและขา เพื่อหาค่า ABI หรืออัตราส่วนระหว่างค่าความดันโลหิตตัวบนของข้อเท้า ต่อค่าเฉลี่ยของความดันโลหิตตัวบนของแขนข้างเดียวกัน เป็นวิธีการตรวจที่ทำได้ง่าย มีประสิทธิภาพและให้ผลที่แม่นยำ โดยค่าปกติของค่า ABI จะมีค่าเท่ากับ 0.91-1.3 หากมีค่าที่ต่ำกว่า 0.9 แสดงว่ามีภาวะหลอดเลือดตีบบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบตันได้ในอนาคต

ใครบ้างที่ต้องระวัง
ใช้เวลาตรวจประมาณ 10 นาที
ไม่ต้องฉีดสี
ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
ไม่ต้องเตรียมตัวใดๆ เป็นพิเศษก่อนเข้ารับการตรวจ

ใครบ้างที่ควรตรวจ
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีค่า BMI สูงกว่ามาตรฐาน
ผู้ที่สูบบุหรี่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง

อยากให้หลอดเลือดสุขภาพดี เลี่ยงอาหารเหล่านี้
อาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว อย่างเช่น น้ำมันหมู ไขมันจากสัตว์ แกงกะทิ น้ำมันปาล์ม
อาหารที่มีไขมันทรานซ์ เช่น วิปครีม มาการีน เบเกอรี่ ไม่ได้หมายความว่าต้องห้าม แต่แค่ควบคุมปริมาณการทานให้เหมาะสม เพราะไขมันทรานซ์เป็นไขมันที่สามารถสะสมในหลอดเลือดได้ง่าย ความอร่อยปากอาจทำให้ลำบากหลอดเลือดได้ไม่รู้ตัว
อาหารที่มีรสหวาน เพราะความหวานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ในอาหารแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะของหวานหรือของคาว ล้วนแต่มีส่วนประกอบของน้ำตาลอยู่ด้วยทั้งสิ้น เป็นความจริงที่ว่าน้ำตาลให้พลังงานกับร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เจ้าความหวานก็จะแผลงฤทธิ์กลายเป็นไขมันสะสมในทันที
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่เพียงทำให้สติสัมชัญญะและการรับรู้ลดน้อยลง แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิดมีปริมาณแคลอรีเทียบเท่ากับอาหารที่มีไขมันสูงเลยทีเดียว เซย์โน! แอลกอฮอล์กันตั้งแต่วันนี้ ได้สุขภาพดีเป็นของแถมด้วยนะ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ภาวะพร่องฮอร์โมน เรื่องที่ผู้ชายวัยทองต้องรู้!

ภาวะพร่องฮอร์โมน เพศชาย (Hypogonadism) เป็นอาการที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด แต่จะค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จนคุณผู้ชายหลายคนไม่ได้สังเกตเห็น พออาการเริ่มมากเข้าก็คิดว่าเป็นเพราะวัยที่เริ่มร่วงโรยไป รู้สึกชินกับอาการดังกล่าว ทำให้ไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดต้องหาที่ปรึกษา

สมาคมที่ศึกษาเกี่ยวกับผู้ชายสูงวัย (The International Society for The Study of Aging Male หรือ ISSAM) ได้ให้คำจำกัดความของ ภาวะพร่องฮอร์โมน เพศชาย ไว้ว่า เป็นภาวะที่การทำงานของระบบการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Gonadal Function) เริ่มลดลง จนกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเสื่อมของร่างกาย (Aging Process) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจ คล้ายกับในผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน

รู้ได้อย่างไร ว่าเข้าข่าย “ภาวะพร่องฮอร์โมน”
โดยปกติฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงเมื่ออายุประมาณ 50 ปี แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วง ขาดการพักผ่อนต่อเนื่อง อาจมีปัญหาได้ตั้งแต่อายุ 40 – 45 ปี โดยสังเกตได้จากสัญญาณเตือนเบื้องต้น ดังนี้

ด้านระบบประสาทและจิตใจ ได้แก่ หลงลืม สมาธิความจำสั้น หงุดหงุดง่าย กระสับกระส่าย วิตกกังวล

ด้านร่างกาย มีอาการร้อนวูบวาบ ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยตามร่างกายทั้งๆที่ไม่ได้มีกิจกรรมหนัก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง เคยแบกของเป็นกิโลๆ ตอนนี้ยกอะไรแทบไม่มีเรี่ยวแรง เหนื่อยหน่ายไม่อยากจะทำอะไร อ่อนเพลีย หนังตาจะปิดโดยเฉพาะหลังทานอาหาร

ด้านเพศ โดยหนวดเคราจะขึ้นช้าลง อารมณ์ทางเพศเริ่มลดลงไปจนขาดความสนใจในกิจกรรมทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะลดลง
ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ เพราะการวินิจฉัยจากอาการอย่างเดียวไม่เพียงพอต้องมีการประเมินจากแบบสอบถามและตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

เมนูเเป้งนุ่มนิ่ม ซาลาเปาไส้งาดำ จากเเดนมังกร

ส่วนผสม ซาลาเปาไส้งาดำ
แป้งซาลาเปา
งาดำคั่วบดละเอียด 100 กรัม
นมข้นจืด 300 กรัม
นมสด 200 กรัม
แป้งข้าวโพด 60 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
พลาสติกถนอมอาหาร (สำหรับคลุมแป้ง)
กระดาษรองซาลาเปา

ส่วนผสม แป้งเชื้อ
แป้งเค้ก 350 กรัม
ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 240 กรัม

วิธีทำ ซาลาเปาไส้งาดำ
1. ผสมงาดำ นมข้นจืด นมสด แป้งข้าวโพด และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟปานกลางกวนจนส่วนผสมข้นเหนียว ตักใส่ภาชนะ พักทิ้งไว้ให้เย็นสนิท
2. แผ่แป้งซาลาเปาที่ขึ้นฟูแล้วเป็นแผ่นบาง ๆ ตักไส้งาดำที่กวนไว้ลงไปแล้วห่อให้สวยงาม วางลงบนกระดาษ พักไว้จนขึ้นฟูเป็นสองเท่า
3. นำซาลาเปาไปนึ่งบนน้ำเดือดโดยใช้ไฟปานกลางประมาณ 8-10 นาทีจนสุกยกลง นำออกจากที่นึ่ง จัดเสิร์ฟ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

มารู้จักกับการ 4 วิธีแก้ ” ความรัก ” ที่น่าเบื่อ

เคยรู้สึกเบื่อในความสัมพันธ์มั้ย? เราเชื่อว่า หลายคนต้องตอบว่า…เคย!! เพราะเราเองก็เป็นเช่นกัน ถามว่าด้วยเหตุผลที่ไม่ ความรัก เหรอ ก็คงไม่ใช่! แต่เป็นเพราะช่วงเวลาหนึ่งในความสัมพันธ์นั้นๆ ย่อมมีช่วงเวลาที่ทั้งคู่รู้สึกว่า อยากอยู่กับตัวเอง หรืออยากจะสงบนิ่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีใครก่อกวน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเป็นเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว มันก็คงไม่ผิดแผก แต่หากปล่อยให้เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไป ความสัมพันธ์ของเรากับคู่รัก อาจต้องสะดุดลงก็เป็นได้ ดังนั้นเรามาทำความสัมพันธ์เราและคู่รัก ให้สดชื่นกันดีกว่า เชื่อว่าหลายคนก็อยากทำตาม แต่เราจะปฏิบัติอย่างไร? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากสาวก กับการ Refresh Your Relationship หรือการกระชับความสัมพันธ์ของคู่รักให้สดชื่นและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

4 วิธีกระชับความสัมพันธ์ ” ความรัก ” ให้ยั่งยืน

1. เติมความหวานด้วยความโรแมนติก
ย้อนถามตัวเองนะจ๊ะ ว่าไม่เคยสวีตกันนานเท่าไหร่แล้ว แรกเลยก็ขยันส่งดอกไม้ ส่งจดหมาย ส่งไลน์ ส่งแมสเซสต่างๆ แต่พอวันเวลาล่วงเลยจนหมดโปรโมชั่น เคยมีมั้ยโมเมนต์โรแมนติก มาจ้ะสาวๆ ลุกขึ้นปลุกไฟให้กับความสัมพันธ์กันดีกว่า อะไรที่มันเลี่ยนๆ มันช่วยให้หัวใจได้มีพลังจริงๆ นะ แนะนำให้ส่งดอกไม้ไปให้เลยจ้า ยุคสมัยนี้ชาไข่มุก กาแฟขี้ชะมดก็ยังได้นะ รับรองแฟนของคุณจะต้องยิ้มจนแก้มปริ

2. คำพูดหวานหูแม้จะเว่อร์วัง
หนึ่งในทริกที่ง่ายที่สุด และสามารถทำได้เลยทันที นั่นก็คือ การใช้คำพูดที่หวานหู บอกรักกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ไม่ต้องตอบดิฉัน ตอบตัวเองไปนะคะ แต่ถ้ามันจะหวานไป ก็ไม่ต้องบอกรัก แค่พูดจาหวานๆ ก็เพียงพอ มีคะ ขา ให้ไพเราะเสนาะหัวใจไป

3. เปลี่ยนสถานที่จำเจ
หากสถานที่ในการใช้ชีวิตประจำมันจำเจนัก ก็จงเปลี่ยนดูบ้าง ไม่ว่าจะบ้าน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่ช็อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยว อะไรที่มุมเดิมๆ จุดเดิมๆ เปลี่ยนกันบ้างก็ดี รวมไปถึงห้องนอนด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเชื่อมความสัมพันธ์ จากที่เคยทานอาหารร้านเดิม ลองเปลี่ยนไปทานร้านใหม่ๆ หรือเปลี่ยนเมนูบ้างก็ได้ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

” ชาเขียว ” เนรมิต “ความงาม” และความอร่อย ได้มากกว่าที่คุณคิด!

” ชาเขียว ” เครื่องดื่มที่สาวๆ นิยมกันอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยรสชาติที่ละมุนลิ้นและสีสันที่เย้ายวนใจ แต่รู้หรือไม่ว่าชาเขียวยังมีประโยชน์ต่อร่างกายและเป็นส่วนผสมเด็ดในผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะเป็น Skincares หรือ Hair Products ที่บรรดาแบรนด์ต่างๆ เริ่มหันมาใช้มากขึ้นทุกวัน ลองมาดูกันดีกว่าว่า ชาเขียวมีดียังไง และใครที่เหมาะจะใช้มันได้บ้าง

“ชาเขียว” เป็นชาที่เก็บเกี่ยวจากใบและยอดอ่อนจากพืชในตระกูล Camellia Sinensis โดยไม่ผ่านการหมัก จึงยังคงมีสีเขียวตามธรรมชาติอยู่ สารสำคัญในชาเขียวที่มีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของผิวคือ Polyphenols หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Catechins โดยสามารถใช้ได้ผลทั้งจากการรับประทานและการใช้ภายนอก โดยเชื่อกันว่า “ชาเขียว” ให้ผลดีต่อสุขภาพในอีกหลายๆ ด้าน นอกจากนั้นชาเขียวยังเป็นแหล่งของ Caffeine และ Tannins ที่สามารถช่วยลดขนาดของหลอดเลือดและลดการบวมของผิวหนัง แต่ทั้งนี้กระบวนการผลิตและการเก็บรักษาชาเขียวเพื่อให้คงคุณสมบัติดังกล่าวไว้ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะความร้อนและความชื้นสามารถทำลายสารเคมีตามธรรมชาติที่มีประโยชน์เหล่านั้นได้

ประโยชน์ของชาเขียวต่อผิวพรรณ

– ปกป้องผิว ด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถปกป้องและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ หรือรังสียูวี ชาเขียวมีสาร Catechins ซึ่งประกอบไปด้วย Epigallocatechin Gallate (EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยมีฤทธิ์มากกว่าวิตามินอีถึง 20 เท่า และที่สำคัญสารชนิดนี้ยังสามารถซ่อมแซม DNA ที่เสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนังได้อีกด้วย

– ลบเลือนริ้วรอย ชาเขียวช่วยลดความเสื่อมโทรมของผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด เช่น ฝ้า, ผิวหยาบกร้าน และเส้นริ้วต่าง ๆ
– ลดการผลิตไขมันของต่อมไขมัน โดยที่คุณสมบัตินี้เมื่อรวมกับความสามารถในการลดการอักเสบและการยับยั้งแบคทีเรีย ชาเขียวจึงเหมาะอย่างยิ่งกับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสิวและผิวหน้ามัน
– ปลอบประโลมผิว ชาเขียวช่วยบรรเทาอาการของโรคผิวหนังบางชนิดได้ เช่น Eczema, Psoriasis และรังแค เพราะมีคุณประโยชน์ในการลดการอักเสบและการระคายเคืองของผิว

ประโยชน์ของชาเขียวต่อเส้นผม
“ชาเขียว” มีส่วนช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมที่มีสาเหตุมาจากฮอร์โมน ช่วยเร่งการเจริญเติบโตและการขึ้นใหม่ของเส้นผมด้วยการกระตุ้นรากผมและป้องกันความเสียหายของหนังศีรษะและเซลล์เส้นผม ทั้งยังช่วยให้ร่างกายลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของเส้นผม เพราะเมื่อมีการไหลเวียนของเลือดที่ดี เส้นผมก็จะหลุดร่วงน้อยลงและหนังศีรษะก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ผลข้างเคียงของชาเขียว
ชาเขียวเหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิว และแทบจะไม่มีผลข้างเคียงในการใช้เลย ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นคนที่แพ้ชาเขียว หรือมีผิวที่แห้งและแพ้ง่ายมากๆ อ่านเพิ่มเติม

 

Categories
สุขภาพ

อาหารเย็น “ลดน้ำหนัก” ด้วย ” สเต๊กสันในหมูกับบรอกโคลี “

ส่วนผสม สเต๊กสันในหมูกับบรอกโคลี
สันในหมูสไลซ์ 1 ชิ้น (ขนาดพอดีรับประทาน)
น้ำเลมอน 1/2 ลูก
บรอกโคลี 3 ถ้วย
กระเทียมสับ 1/4 ช้อนชา
พาร์สลีย์แห้ง 1/4 ช้อนชา
โรสแมรี่อบแห้ง 1/8 ช้อนชา
ออริกาโนแห้ง 1/8 ช้อนชา
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
น้ำตาลหญ้าหวาน 1/4 ช้อนชา หรือ 1 หยิบมือ
อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา หรือ 1 หยิบมือ

วิธีทำ สเต๊กสันในหมูกับบรอกโคลี
1. เตรียมน้ำหมัก โดยผสมน้ำเลมอน กระเทียม พาร์สลีย์ โรสแมรี่ ออริกาโน เกลือ น้ำตาลหญ้าหวาน และอบเชยเข้าด้วยกันในชามผสม พักไว้
2. ใส่เนื้อหมูลงในถุงซิปล็อก แล้วเทน้ำหมักลงไป ปิดถุงให้สนิท ขยำเบาๆ ให้น้ำหมักเคลือบเนื้อหมูจนทั่ว แล้วนำไปแช่เย็นอย่างน้อย 30 นาที หรือจะหมักข้ามคืนก็ได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติม