Categories
สุขภาพ

ภาวะพร่องฮอร์โมน เรื่องที่ผู้ชายวัยทองต้องรู้!

ภาวะพร่องฮอร์โมน เพศชาย (Hypogonadism) เป็นอาการที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด แต่จะค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จนคุณผู้ชายหลายคนไม่ได้สังเกตเห็น พออาการเริ่มมากเข้าก็คิดว่าเป็นเพราะวัยที่เริ่มร่วงโรยไป รู้สึกชินกับอาการดังกล่าว ทำให้ไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดต้องหาที่ปรึกษา

สมาคมที่ศึกษาเกี่ยวกับผู้ชายสูงวัย (The International Society for The Study of Aging Male หรือ ISSAM) ได้ให้คำจำกัดความของ ภาวะพร่องฮอร์โมน เพศชาย ไว้ว่า เป็นภาวะที่การทำงานของระบบการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Gonadal Function) เริ่มลดลง จนกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเสื่อมของร่างกาย (Aging Process) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจ คล้ายกับในผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน

รู้ได้อย่างไร ว่าเข้าข่าย “ภาวะพร่องฮอร์โมน”
โดยปกติฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงเมื่ออายุประมาณ 50 ปี แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วง ขาดการพักผ่อนต่อเนื่อง อาจมีปัญหาได้ตั้งแต่อายุ 40 – 45 ปี โดยสังเกตได้จากสัญญาณเตือนเบื้องต้น ดังนี้

ด้านระบบประสาทและจิตใจ ได้แก่ หลงลืม สมาธิความจำสั้น หงุดหงุดง่าย กระสับกระส่าย วิตกกังวล

ด้านร่างกาย มีอาการร้อนวูบวาบ ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยตามร่างกายทั้งๆที่ไม่ได้มีกิจกรรมหนัก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง เคยแบกของเป็นกิโลๆ ตอนนี้ยกอะไรแทบไม่มีเรี่ยวแรง เหนื่อยหน่ายไม่อยากจะทำอะไร อ่อนเพลีย หนังตาจะปิดโดยเฉพาะหลังทานอาหาร

ด้านเพศ โดยหนวดเคราจะขึ้นช้าลง อารมณ์ทางเพศเริ่มลดลงไปจนขาดความสนใจในกิจกรรมทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะลดลง
ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ เพราะการวินิจฉัยจากอาการอย่างเดียวไม่เพียงพอต้องมีการประเมินจากแบบสอบถามและตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

เมนูเเป้งนุ่มนิ่ม ซาลาเปาไส้งาดำ จากเเดนมังกร

ส่วนผสม ซาลาเปาไส้งาดำ
แป้งซาลาเปา
งาดำคั่วบดละเอียด 100 กรัม
นมข้นจืด 300 กรัม
นมสด 200 กรัม
แป้งข้าวโพด 60 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
พลาสติกถนอมอาหาร (สำหรับคลุมแป้ง)
กระดาษรองซาลาเปา

ส่วนผสม แป้งเชื้อ
แป้งเค้ก 350 กรัม
ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 240 กรัม

วิธีทำ ซาลาเปาไส้งาดำ
1. ผสมงาดำ นมข้นจืด นมสด แป้งข้าวโพด และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟปานกลางกวนจนส่วนผสมข้นเหนียว ตักใส่ภาชนะ พักทิ้งไว้ให้เย็นสนิท
2. แผ่แป้งซาลาเปาที่ขึ้นฟูแล้วเป็นแผ่นบาง ๆ ตักไส้งาดำที่กวนไว้ลงไปแล้วห่อให้สวยงาม วางลงบนกระดาษ พักไว้จนขึ้นฟูเป็นสองเท่า
3. นำซาลาเปาไปนึ่งบนน้ำเดือดโดยใช้ไฟปานกลางประมาณ 8-10 นาทีจนสุกยกลง นำออกจากที่นึ่ง จัดเสิร์ฟ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

มารู้จักกับการ 4 วิธีแก้ ” ความรัก ” ที่น่าเบื่อ

เคยรู้สึกเบื่อในความสัมพันธ์มั้ย? เราเชื่อว่า หลายคนต้องตอบว่า…เคย!! เพราะเราเองก็เป็นเช่นกัน ถามว่าด้วยเหตุผลที่ไม่ ความรัก เหรอ ก็คงไม่ใช่! แต่เป็นเพราะช่วงเวลาหนึ่งในความสัมพันธ์นั้นๆ ย่อมมีช่วงเวลาที่ทั้งคู่รู้สึกว่า อยากอยู่กับตัวเอง หรืออยากจะสงบนิ่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีใครก่อกวน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเป็นเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว มันก็คงไม่ผิดแผก แต่หากปล่อยให้เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไป ความสัมพันธ์ของเรากับคู่รัก อาจต้องสะดุดลงก็เป็นได้ ดังนั้นเรามาทำความสัมพันธ์เราและคู่รัก ให้สดชื่นกันดีกว่า เชื่อว่าหลายคนก็อยากทำตาม แต่เราจะปฏิบัติอย่างไร? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากสาวก กับการ Refresh Your Relationship หรือการกระชับความสัมพันธ์ของคู่รักให้สดชื่นและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

4 วิธีกระชับความสัมพันธ์ ” ความรัก ” ให้ยั่งยืน

1. เติมความหวานด้วยความโรแมนติก
ย้อนถามตัวเองนะจ๊ะ ว่าไม่เคยสวีตกันนานเท่าไหร่แล้ว แรกเลยก็ขยันส่งดอกไม้ ส่งจดหมาย ส่งไลน์ ส่งแมสเซสต่างๆ แต่พอวันเวลาล่วงเลยจนหมดโปรโมชั่น เคยมีมั้ยโมเมนต์โรแมนติก มาจ้ะสาวๆ ลุกขึ้นปลุกไฟให้กับความสัมพันธ์กันดีกว่า อะไรที่มันเลี่ยนๆ มันช่วยให้หัวใจได้มีพลังจริงๆ นะ แนะนำให้ส่งดอกไม้ไปให้เลยจ้า ยุคสมัยนี้ชาไข่มุก กาแฟขี้ชะมดก็ยังได้นะ รับรองแฟนของคุณจะต้องยิ้มจนแก้มปริ

2. คำพูดหวานหูแม้จะเว่อร์วัง
หนึ่งในทริกที่ง่ายที่สุด และสามารถทำได้เลยทันที นั่นก็คือ การใช้คำพูดที่หวานหู บอกรักกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ไม่ต้องตอบดิฉัน ตอบตัวเองไปนะคะ แต่ถ้ามันจะหวานไป ก็ไม่ต้องบอกรัก แค่พูดจาหวานๆ ก็เพียงพอ มีคะ ขา ให้ไพเราะเสนาะหัวใจไป

3. เปลี่ยนสถานที่จำเจ
หากสถานที่ในการใช้ชีวิตประจำมันจำเจนัก ก็จงเปลี่ยนดูบ้าง ไม่ว่าจะบ้าน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่ช็อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยว อะไรที่มุมเดิมๆ จุดเดิมๆ เปลี่ยนกันบ้างก็ดี รวมไปถึงห้องนอนด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเชื่อมความสัมพันธ์ จากที่เคยทานอาหารร้านเดิม ลองเปลี่ยนไปทานร้านใหม่ๆ หรือเปลี่ยนเมนูบ้างก็ได้ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

” ชาเขียว ” เนรมิต “ความงาม” และความอร่อย ได้มากกว่าที่คุณคิด!

” ชาเขียว ” เครื่องดื่มที่สาวๆ นิยมกันอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยรสชาติที่ละมุนลิ้นและสีสันที่เย้ายวนใจ แต่รู้หรือไม่ว่าชาเขียวยังมีประโยชน์ต่อร่างกายและเป็นส่วนผสมเด็ดในผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะเป็น Skincares หรือ Hair Products ที่บรรดาแบรนด์ต่างๆ เริ่มหันมาใช้มากขึ้นทุกวัน ลองมาดูกันดีกว่าว่า ชาเขียวมีดียังไง และใครที่เหมาะจะใช้มันได้บ้าง

“ชาเขียว” เป็นชาที่เก็บเกี่ยวจากใบและยอดอ่อนจากพืชในตระกูล Camellia Sinensis โดยไม่ผ่านการหมัก จึงยังคงมีสีเขียวตามธรรมชาติอยู่ สารสำคัญในชาเขียวที่มีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของผิวคือ Polyphenols หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Catechins โดยสามารถใช้ได้ผลทั้งจากการรับประทานและการใช้ภายนอก โดยเชื่อกันว่า “ชาเขียว” ให้ผลดีต่อสุขภาพในอีกหลายๆ ด้าน นอกจากนั้นชาเขียวยังเป็นแหล่งของ Caffeine และ Tannins ที่สามารถช่วยลดขนาดของหลอดเลือดและลดการบวมของผิวหนัง แต่ทั้งนี้กระบวนการผลิตและการเก็บรักษาชาเขียวเพื่อให้คงคุณสมบัติดังกล่าวไว้ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะความร้อนและความชื้นสามารถทำลายสารเคมีตามธรรมชาติที่มีประโยชน์เหล่านั้นได้

ประโยชน์ของชาเขียวต่อผิวพรรณ

– ปกป้องผิว ด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถปกป้องและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ หรือรังสียูวี ชาเขียวมีสาร Catechins ซึ่งประกอบไปด้วย Epigallocatechin Gallate (EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยมีฤทธิ์มากกว่าวิตามินอีถึง 20 เท่า และที่สำคัญสารชนิดนี้ยังสามารถซ่อมแซม DNA ที่เสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนังได้อีกด้วย

– ลบเลือนริ้วรอย ชาเขียวช่วยลดความเสื่อมโทรมของผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด เช่น ฝ้า, ผิวหยาบกร้าน และเส้นริ้วต่าง ๆ
– ลดการผลิตไขมันของต่อมไขมัน โดยที่คุณสมบัตินี้เมื่อรวมกับความสามารถในการลดการอักเสบและการยับยั้งแบคทีเรีย ชาเขียวจึงเหมาะอย่างยิ่งกับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสิวและผิวหน้ามัน
– ปลอบประโลมผิว ชาเขียวช่วยบรรเทาอาการของโรคผิวหนังบางชนิดได้ เช่น Eczema, Psoriasis และรังแค เพราะมีคุณประโยชน์ในการลดการอักเสบและการระคายเคืองของผิว

ประโยชน์ของชาเขียวต่อเส้นผม
“ชาเขียว” มีส่วนช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมที่มีสาเหตุมาจากฮอร์โมน ช่วยเร่งการเจริญเติบโตและการขึ้นใหม่ของเส้นผมด้วยการกระตุ้นรากผมและป้องกันความเสียหายของหนังศีรษะและเซลล์เส้นผม ทั้งยังช่วยให้ร่างกายลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของเส้นผม เพราะเมื่อมีการไหลเวียนของเลือดที่ดี เส้นผมก็จะหลุดร่วงน้อยลงและหนังศีรษะก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ผลข้างเคียงของชาเขียว
ชาเขียวเหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิว และแทบจะไม่มีผลข้างเคียงในการใช้เลย ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นคนที่แพ้ชาเขียว หรือมีผิวที่แห้งและแพ้ง่ายมากๆ อ่านเพิ่มเติม

 

Categories
สุขภาพ

อาหารเย็น “ลดน้ำหนัก” ด้วย ” สเต๊กสันในหมูกับบรอกโคลี “

ส่วนผสม สเต๊กสันในหมูกับบรอกโคลี
สันในหมูสไลซ์ 1 ชิ้น (ขนาดพอดีรับประทาน)
น้ำเลมอน 1/2 ลูก
บรอกโคลี 3 ถ้วย
กระเทียมสับ 1/4 ช้อนชา
พาร์สลีย์แห้ง 1/4 ช้อนชา
โรสแมรี่อบแห้ง 1/8 ช้อนชา
ออริกาโนแห้ง 1/8 ช้อนชา
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
น้ำตาลหญ้าหวาน 1/4 ช้อนชา หรือ 1 หยิบมือ
อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา หรือ 1 หยิบมือ

วิธีทำ สเต๊กสันในหมูกับบรอกโคลี
1. เตรียมน้ำหมัก โดยผสมน้ำเลมอน กระเทียม พาร์สลีย์ โรสแมรี่ ออริกาโน เกลือ น้ำตาลหญ้าหวาน และอบเชยเข้าด้วยกันในชามผสม พักไว้
2. ใส่เนื้อหมูลงในถุงซิปล็อก แล้วเทน้ำหมักลงไป ปิดถุงให้สนิท ขยำเบาๆ ให้น้ำหมักเคลือบเนื้อหมูจนทั่ว แล้วนำไปแช่เย็นอย่างน้อย 30 นาที หรือจะหมักข้ามคืนก็ได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

8 เมนูอาหารใน 7 elevent สำหรับ คนนอนน้อย เพิ่มพลังเติมความสดชื่นในตอนเช้า

 

เทรนด์ คนนอนน้อย เข้าง่ายออกยากจริงๆ ทุกคน หลายคนที่ต้องอยู่เคลียงานจนดึก หรือติดซีรี่ย์กันอย่างหนัก จนรู้ตัวอีกที ไก่ก็ขันซะแล้ว การที่เรานอนไม่พอบ่อยๆ ร่างกายจะรู้สึกอ่อนล้า จนเราต้องหาอะไรมาบำรุงสมองและร่างกายกันสักหน่อย ในยุคที่สะดวกแบบนี้ก่อนที่จะเริ่มทำงานในตอนเช้า แวะเข้าเซเว่นแล้วหาไอเท็มเติมพลังและความสดชื่นกันก่อน

1. น้ำเต้าหู้
ในน้ำเต้าหู้มีสารที่เรียกว่าโคลีน เป็นสารที่ช่วยพัฒนาสมอง จะช่วยทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและช่วยในการส่งกระแสประสาท โดยเฉพาะส่วนสมองด้านความจำ ยังช่วยป้องกันความจำจากสมองไม่ให้เสื่อมอีกด้วย ใครสายแฮงค์เอ้าท์จนดึกบ่อยๆ สารนี้ก็ยังช่วยกำจัดสารพิษที่ค้างในร่างกาย โดยช่วยเสริมการทำงานของตับ สำหรับใครที่ไม่ชอบทานน้ำเต้าหู้ สารนี้ก็ยังมีใน ไก่ ไข่ และเนื้อปลา อีกด้วย

2. ข้าวกล้องงอกและธัญพืชต่างๆ
ข้าวกล้องงอกมี กาบ้า เป็นสุดยอดสารบำรุงสมอง เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการจากข้าวกล้องและธัญพืช โดยกาบ้าจะช่วยให้สมองที่ยังคงมึน ๆ จากการนอนหลับไม่เพียงพอ ทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งวิตามินบีที่มีอยู่ในอาหารเหล่านี้ยังช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองให้ตื่นตัวอีกด้วย จะทานข้าวเปล่าๆ ก็คงไม่ได้นะทุกคน อย่าลืมซื้ออย่างอื่นมาทานควบคู่กันไปด้วนะ

3. โจ๊ก
สำหรับคนที่พักผ่อนน้อย อาหารที่ควรทานควรจะเป็นอาหารที่ย่อยง่ายให้พลังงานไม่สูงมาก แต่เมื่อทานเเล้วให้ความสดชื่น อยู่ท้อง เช่น โจ๊กข้าวสวยหรือข้าวกล้อง ร้อนๆ

4. น้ำ
แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนควรจะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายจะต้องได้รับในแต่ละวัน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะน้ำจะไปเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกายมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกตื่นตัว เพราะฉะนั้น เราควรจิบน้ำอุณหภูมิห้องในระหว่างวัน เพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี

5. ดาร์กช็อกโกแลตหรือโกโก้
เป็นเครื่องดื่มที่มีสารฟลาโวนอยด์ ที่เป็นสารกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสารนี้มีอยู่ในกาแฟเช่นกัน ถ้าอยากให้ร่างกายตื่นตัวเหมาะสำหรับ คนนอนน้อย เลือกดื่มเป็นดาร์กช็อกโกแลตหรือโกโก้แทน ลดการดื่มกาแฟ ก็ดีต่อสุขภาพไปอีกแบบ

6. สลัดผักหรือผลไม้
ร่างกายของเราต้องการวิตามินบีจากผักและผลไม้ในทุกๆ วัน นอกจากนี้ยังรวมทั้งแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของต่อมไพเนียล เพราะเมื่อเรานอนไม่พอ ต่อมไพเนียลก็จะไม่อยากทำหน้าที่ จนเรารู้สึกงัวเงียงอแงตามไปด้วย ดังนั้นหากอยากปลุกความสดชื่นให้กับตัวเอง สลัดผักสดๆ หรือผลไม้ ก็เป็นตัวช่วยที่ดีเลยทีเดียว อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

7 โรคร้ายที่มากับการ “ กินดิบ ”

ถึงแม้ว่ามนุษย์เราสมัยก่อนนู้นที่ยังไม่มีไฟใช้ จะเริ่มต้นจากการบริโภคเนื้อสดๆ แต่ในเมื่อสมัยนี้เรามีพร้อมทุกอย่างทั้งไฟแก๊ส ไฟฟ้า เราก็ไม่ควร กินดิบ เพราะทางการแพทย์พิสูจน์ได้ว่า อาหารดิบเต็มไปด้วยเชื้อโรค พยาธิ และอันตรายต่างๆ นานา ที่ทำให้ร่างกายของเราเป็นโรค และเกิดอาการผิดปกติ จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ลาบ เป็นอาหารที่นำอวัยวะของสัตว์นำมาสับละเอียดก่อนนำไปทำเป็นอาหาร มีทั้งแบบทำสุก และแบบทำดิบ (ทั้งดิบจริงๆและแบบคั่วรวน) แบบดิบอาจจะมีการเติมเลือดลงไปเพื่อเพิ่มความอร่อย เป็นการกินอาหารที่ทำกันมาแต่โบราณในหลายพื้นที่ของโลก
ปัญหาคือ การกินลาบในแบบดิบซึ่งนิยมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดนี้ สามารถนำโรคจากสัตว์มาสู่คนได้ และการติดโรคจากอาหารก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้อายุขัยของคนโบราณต่ำกว่าในปัจจุบัน

โรคที่ติดต่อจากเนื้อดิบๆของสัตว์พวกวัวควายสู่มนุษย์ได้ มีหลายโรคได้กัน ได้แก่

1. แอนแทรกซ์ หากกินเนื้อที่มีเชื้อนี้เข้าไป จะเกิดการติดแอนแทรกซ์ในทางเดินอาหาร เกิดอาการอ้วกเป็นเลือด ถ่ายท้องรุนแรง ในรายที่เป็นมากก็ติดเชื้อในกระแสเลือดถึงแก่ความตายได้

2. ไข้สมองอักเสบหูดับ จากเชื้อสเตรปโตคอคคัส ซูอีส เมื่อกินเข้าไปและเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะขึ้นไปที่เยื่อหุ้มสมองและติดเชื้อแถวนั้น ทำให้เกิดไข้สูง เพ้อ สับสน ถ้ารักษาไม่ทันก็ถึงแก่ความตายได้ หรือในรายที่รักษาทัน ก็มักจะมีอาการหูหนวกถาวรตามมาจากการอักเสบของเส้นประสาทการได้ยิน

3. พยาธิทริคิโนซีส พอบอกว่าเป็นพยาธิคนอาจจะเฉยๆ แต่พยาธิชนิดนี้เมื่อเรากินเข้าไปมันจะฟักตัวออกมาแล้วไชไปที่กล้ามเนื้อต่างๆของร่างกายจนปวดรุนแรงทั่วตัว และในกรณีที่มันไปที่กล้ามเนื้อกะบังลม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการหายใจไม่ได้ เสียชีวิตได้ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ใครบางคนอาจมีพฤติกรรมทำร้าย ” เล็บ ” ที่คุณอาจทำโดยไม่รู้ตัว

การมี เล็บ ที่สุขภาพดี รูปทรงสวยงาม ย่อมเพิ่มเสน่ห์ให้กับตนเองและผู้ที่พบเห็นได้ แต่อาจมีบางครั้ง หรือหลายครั้งที่กิจวัตรประจำวันหรือพฤติกรรมส่วนตัวของเราได้ทำร้ายเล็บโดยที่เราไม่รู้ตัว และเมื่อรู้ตัวอีกทีเล็บของเราก็อาจอยู่ในสภาพที่ควรจะต้องได้รับการบำรุงครั้งใหญ่เสียแล้ว มาดูกันดีกว่ากว่า พฤติกรรมทำร้ายเล็บ แบบไหนบ้างที่เราชอบทำ และแบบไหนบ้างที่เราทำโดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมทำร้ายเล็บ มีอะไรบ้าง

การไว้เล็บยาว
สำหรับบางคนอาจมีความคิดว่า การมีเล็บที่ยาว แลดูสวยงามนั้นอาจช่วยเพิ่มเสน่ห์แก่ตัวบุคคลได้ แต่รู้หรือไม่ว่า การไว้เล็บยาวเสี่ยงต่อการเล็บฉีก หรือหักได้ทุกเมื่อที่ไม่ระวังตัว แถมยังอาจทำอันตรายต่อผู้อื่นได้อีกด้วย ดังนั้น จึงควรที่จะต้องตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ

การทาเล็บเป็นประจำ
การไว้เล็บยาวย่อมพ่วงมาด้วยการทาสีเล็บเพื่อเสริมความสวยงาม แต่ในขณะเดียวกันคุณก็จำเป็นที่จะต้องทาเล็บบ่อยๆ เพื่อให้เล็บอันเรียวยาวของคุณสวยงามอยู่เสมอ แต่การใช้น้ำยาทาเล็บเป็นประจำโดยไม่มีการหยุดพัก อาจทำให้สารเคมีและเม็ดสีในน้ำยาทาเล็บสามารถที่จะซึมเข้าสู่เล็บได้

ล้างมือไม่สะอาด
การล้างมือไม่สะอาด แน่นอนว่าจะทำให้สิ่งสกปรกและเชื้อโรคยังคงตกค้างอยู่ในมือ และถ้าในการล้างมือแต่ละครั้งนั้น ไม่มีการทำความสะอาดที่บริเวณปลายนิ้วและเล็บมือ เชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกก็จะยังคงสะสมอยู่ใน เล็บ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือเกิดอาการท้องเสียเมื่อสัมผัสกับอาหารและนำเข้าปากได้ รวมถึงยังทำให้เล็บดูสกปรกอีกด้วย

ใช้เล็บแบบผิดวิธี
หลายคนมักจะลืมตัวและชอบใช้เล็บเป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์ในการเปิดและปิดของต่างๆ เช่น สวิตช์ไฟ ฝากระป๋องน้ำอัดลม หรือปุ่มพัดลม เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำเช่นนั้น เป็นการเสี่ยงที่จะทำให้เล็บบิ่น หัก หรือฉีกขาดได้

การกัดเล็บ
ไม่ใช่แค่เพียงเด็กเล็กๆ เท่านั้น ที่ชอบกัดเล็บของตัวเอง แต่ผู้ใหญ่และวัยรุ่นหลายๆ คน ก็มักจะชอบกัดเล็บด้วยเช่นกัน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว นอกจากจะทำให้ เล็บ เสียรูปทรง ขาด หรือบิ่นแล้ว ยังเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคที่อยู่ภายในเล็บเข้าไปในปากอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

มี 2 ทางรักษา โรคไตเรื้อรัง อาการแย่ลงจนเกิดภาวะไตวาย

ถ้า โรคไตเรื้อรัง อาการแย่ลงจนเกิดภาวะไตวาย มีแนวทางการรักษา 2 ทางคือ การฟอกเลือดกับการปลูกถ่ายไต การรักษานี้จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

การฟอกเลือดเป็นการนำเอาของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดของผู้ป่วย การฟอกเลือดมี 2 ประเภท คือ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) และการฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวร (continuous ambulatory peritoneal dialysis: CAPD)

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis)
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) เป็นการนำของเสียและน้ำออกจากเลือด โดยเลือดจะออกจากตัวผู้ป่วยทางเส้นเลือดดำ แล้วผ่านตัวกรองซึ่งในตัวกรองจะมีเนื้อเยื่อที่จะช่วยกรองของเสียและน้ำออกจากเลือด เมื่อเลือดผ่านตัวกรองแล้วจะกลายเป็นเลือดดี เครื่องจะนำเลือดนั้นกลับสู่ร่างกาย ในการฟอกเลือดแต่ละครั้งต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. หรือมากกว่า และต้องทำการฟอกเลือดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ก่อนการฟอกเลือดต้องมีการทำการตัดต่อเส้นเลือดเพื่อใช้ในการฟอกเลือด ซึ่งมี 3 วิธีคือ
การนำเส้นเลือดดำต่อกับเส้นเลือดแดงบริเวณแขนหรือเรียกว่าการทำ AV fistula เพื่อให้เส้นเลือดดำใหญ่ขึ้น และมีแรงดันพอที่จะทำให้เลือดไหลเข้าสู่เครื่องไตเทียมได้
การต่อเส้นเลือดดำกับเส้นเลือดแดงของผู้ป่วยโดยการใช้เส้นเลือดเทียมหรือ AV graft
การใส่สายเข้าไปในเส้นเลือดดำขนาดใหญ่เพื่อใว้สำหรับต่อกับเครื่องไตเทียม วิธีการนี้เป็นการทำแบบชั่วคราว อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

เป็นสิ่งที่จำเป็นทุกวันต้องมี ครีมกันแดด

คุณทราบหรือไม่ว่าควรทา ครีมกันแดด อย่างไรให้ได้ผล? ครีมกันแดดนั้นจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ ด้านล่างนี้คือคำอธิบายเกี่ยวกับการเลือกค่าครีมกันแดดและเทคนิคการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับสภาพผิวคุณ รวมถึงวิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง

การทำงานของครีมกันแดด – ทา ครีมกันแดด ให้ถูกวิธี
ครีมกันแดดมีส่วนผสมอยู่หลายชนิดที่มีคุณสมบัติในการต้านรังสีอัลตราไวโอเลตนั่นก็คือ UVA ที่เป็นตัวการทำให้ผิวแห้งกร้านและเกิดริ้วรอย และ UVB ซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้ากระ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวไหม้แดด ส่วนผสมในครีมกันแดดจะเป็นตัวดูดซึมรังสียูวีและปกป้องผิวไม่ให้สัมผัสกับรังสียูวีโดยตรง ในการเลือกซื้อครีมกันแดดคุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB เพราะครีมกันแดดบางชนิดมีคุณสมบัติในการป้องกันเฉพาะรังสี UVB ทำให้ผิวของคุณไม่ได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ คุณจึงควรใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทภาพมากที่สุด

ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เท่าไหร่ดี?
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังได้ระบุว่า ค่า SPF (Sun Protection Factor) หรือค่าการปกป้องจากรังสียูวี 15 สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 93% SPF 30 ป้องกันได้ 97% และ SPF 50 หรือมากกว่าสามารถป้องกันได้มากถึง 98% แต่ก่อนเลือกค่า SPF คุณควรตรวจสภาพผิวของคุณก่อนว่าผิวของคุณนั้นบอบบางมากน้อยขนาดไหนเพื่อการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวคุณมากที่สุด

สำหรับคนที่มีผิวบอบบางมากควรเลือกค่า SPF ในการปกป้องสูง เพราะผิวที่บอบบางมากจะมีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดด สีผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือชมพูทันทีที่ต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ซึ่งในระยะต่อมาผิวจะลอกโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว แต่สำหรับผู้ที่มีผิวปกติหรือผิวเข้ม ผิวจะกลายเป็นสีแทนได้ง่ายควรเลือกค่า SPF ที่ต่ำลง เช่น SPF15

การเลือกค่า SPF ที่เหมาะสมนั้นอาจขึ้นกับระยะเวลาที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดด หากคุณต้องทำงานนอกสถานที่หรืออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน คุณควรเลือกครีมกันแดดกันน้ำที่มีค่า SPF สูง เพื่อช่วยปกป้องผิวคุณได้ยาวนานขึ้น อ่านเพิ่มเติม