Categories
สุขภาพ

การตรวจ อัลตร้าซาวด์ ULTRASOUND ช่องท้อง บอกอะไรได้บ้าง

เป็นการตรวจวินิจฉัย อัลตร้าซาวด์ ด้วยคลื่นความถี่สูงนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจอวัยวะต่างๆของร่างกาย
ข้อบ่งชี้ในการตรวจ อัลตร้าซาวด์
ดูความผิดปกติทั่วๆไปเช่น นิ่วในไต นิ่วในถุงน้ำดี ก้อนเนื้อในตับ เป็นต้น
ติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของรอยโรคเพื่อยืนยันการตรวจอื่นๆ ว่าพบก้อนเนื้อ
ก้อนเนื้อที่พบเป็นก้อนเนื้อประเภทใด เป็นส่วนของอวัยวะใด หรือติดต่ออวัยวะใดบ้าง
ข้อจำกัดของการอัลตร้าซาวด์
อัลตร้าวซาวด์ไม่สามารถใช้การตรวจอวัยวะส่วนที่มีลมได้ เช่น ปอด กระเพาะอาหาร เป็นต้น
อัลตร้าซาวด์ไม่สามารถใช้ตรวจอวัยวะที่เป็นกระดูกได้
การตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) เป็นการตรวจดูอวัยวะของช่องท้องส่วนบนได้แก่ ตับ ตับอ่อน ม้าม ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี ไต และช่องท้องทั่วไป ตลอดจนเส้นเลือดต่างๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น มีก้อนที่ผิดปกติ นิ่วในไต หรือนิ่วที่ถุงน้ำดีเป็นต้น
ขั้นตอนการเตรียมตัว ผู้ป่วยต้องงดอาหาร และเครื่องดื่มที่มีไขมันทุกชนิดประมาณ 4-6 ชม.ก่อนตรวจ (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้) เพราะถ้ารับประทานอาหารถุงน้ำดีจะหดตัว ทำให้เห็นถุงน้ำดีไม่ชัดเจน
การตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen) เป็นการตรวจดูอวัยวะของช่องท้องส่วนล่าง ได้แก่ มดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ ไส้ติ่ง และบริเวณช่องท้องส่วนล่างอื่นๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่เช่น ถุงน้ำรังไข่ ก้อนเนื้อในมดลูก ไส้ติ่งอักเสบ เป็นต้น
ขั้นตอนการเตรียมตัว ผู้ป่วยสามารถดื่มน้ำเปล่าได้และต้องกลั้นปัสสาวะไว้ ทั้งนี้เพราะลมในลำใส้จะบังมดลูกและรังไข่ในผู้หญิง หรือบังต่อมลูกหมากในผู้ชาย ทำให้ไม่สามารถเห็นอวัยวะได้ชัดเจน เมื่อกระเพาะปัสสาวะมีน้ำเต็ม ก็จะช่วยดันลำไส้ออกไป ทำให้เห็นมดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมากหรือนิ่วในกระเพาะอาหาร เป็นต้น
การตรวจอวัยวะในช่องท้องทั้งหมด (Ultrasound Whole Abdomen) เป็นการตรวจดูอวัยวะในช่องท้องทั้งหมด เช่น ตับ ตับอ่อน ม้าม ถุงน้ำดี ไต มดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ ไส้ติ่ง เป็นต้น
ขั้นตอนการเตรียมตัว ผู้ป่วยต้องงดอาหาร และเครื่องดื่มที่มีไขมันทุกชนิด ประมาณ4-6 ชั่วโมง (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้) พร้อมกลั้นปัสสาวะเอาไว้ เพราะจะสามาถมองเห็นอวัยวะในช่องท้องทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

“ โรคย้ำคิดย้ำทำ ” มีความคิดซ้ำๆ ยิ่งคิดยิ่งกังวลวลใจ คุณเข้าข่ายหรือไม่

มีความคิดซ้ำๆ ที่ทำให้เกิดความกังวลใจ ย้ำแล้วย้ำอีก อาจเข้าข่าย โรคย้ำคิดย้ำทำ หรือ obsessive-compulsive disorder (OCD) หรือเรียกกันสั้นๆ ว่าโรค OCD โดยมักมีพฤติกรรมทำซ้ำๆ เช่น ปิดน้ำหรือยัง ปิดไฟหรือยัง ปิดแอร์หรือยัง เป็นพฤติกรรมก่อนออกจากบ้านที่หลายคนต้องคอยตรวจเช็กความเรียบร้อย เพื่อลดความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวเองก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผล แต่ถ้าหากมีอาการลักษณะนี้มากจนเกินไปจนรู้สึกไม่มีสมาธิจะทำงาน แม้ว่าจะตรวจสอบดีแล้ว ควรรีบตรวจเช็กตัวเองให้ดีเลยว่ากำลังเสี่ยงจะเป็น “โรคย้ำคิดย้ำทำ” หรือไม่เพื่อหาวิธีจัดการ

โรคย้ำคิด ย้ำทำ เกิดจากอะไร
ความจริงแล้วโรคโรคย้ำคิด ย้ำทำ (OCD) เกิดมาจากการทำงานผิดปกติในสมอง และระบบประสาทที่มีการทำงานบกพร่องอาจเกิดได้จาก 2 สาเหตุคือ มีการทำงานของสมองบางส่วนมากเกินปกติ สมองส่วน Orbitofrontal, Cingulate Cortex, Caudate และ Thalamus หรือเกิดความผิดปกติของสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ควบคุมภาวะอารมณ์ความรู้สึก ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่พบได้อาจเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือปัจจัยสภาพแวดล้อมอย่างประสบการณ์เลวร้ายที่พบเจอในชีวิต เช่น ผู้ป่วยอาจเจอเหตุการรุนแรงในวัยเด็ก ถูกทารุณกรรมทั้งทางกาย และทางใจ หรือปัญหาชีวิตที่รุณแรงก็ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน
อาการโรคย้ำคิด ย้ำทำที่มักเกิดขึ้น
เป็นไปได้ที่ผู้ป่วยโรคย้ำ คิดย้ำทำอาจมีแค่อาการย้ำคิด (Obsession) ซึ่งเป็นแค่ความคิดภายในสมองที่ผุดขึ้นมาซ้ำๆ ทำให้เกิดความกังวลใจ ไม่สบายใจ และไม่สามารถหยุดคิดได้ มีความคิดวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็เกิดจากการจินตนาการไปเองว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น หรืออาจมีอาการย้ำทำ (Compulsion) คือมีการตอบสนองความคิดความกังวลนั้นด้วยการทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ลดความไม่สบายใจ หรือความกลัวนั้นลง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำเพื่อตอบสนองการย้ำคิด เช่นคิดว่ามือสกปรก เลยต้องล้างมือซ้ำๆ ล้างแล้วล้างอีก ส่วนใหญ่จะพบอาการย้ำคิดร่วมกับย้ำทำ โดยพบร้อยละ 80 โดยที่เหลืออีกร้อยละ 20 มีแต่อาการย้ำคิด 46 ซึ่งพฤติกรรมที่มักจะเป็นและสังเกตได้ชัดก็มีดังต่อไปนี้
อาการย้ำคิด
• กลัวความสกปรกมากกว่าปกติ กลัวติดเชื้อโรคจากการหยิบจับหรือสัมผัสสิ่งต่างๆ
• เกิดความไม่สบายใจทันทีถ้าเห็นความไม่เป็นระเบียบ สิ่งของที่จัดไม่เท่ากัน ไม่เรียบร้อย ไม่สมดุล
• วิตกกังวลถึงความปลอดภัยในการใช้ชีวิต เช่น คิดว่าลืมปิดเตาแก๊ส ลืมล็อคประตูหรือเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
• มีความคิดยึดติดหรือเชื่ออย่างรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องศาสนา หรือเรื่องเพศ
อาการย้ำทำ
• ล้างมือบ่อยๆ แบบเกินความจำเป็น หรือทำความสะอาดสิ่งของต่างๆ แบบซ้ำๆ
• ตรวจความเรียบร้อยซ้ำๆ อย่างการไปปิดแก๊ส ล็อคประตู เดินไปดูแล้วดูอีก เดินเข้าเดินออก
• จัดระเบียบหรือจัดสิ่งของต่างๆ แบบที่มีลักษณะเฉพาะตัว เช่นต้องหันไปทิศทางเดียวกันทั้งหมด
• มักจะต้องทำทุกสิ่งให้ครบตามจำนวนที่ตนเองกำหนดไว้
• ชอบเก็บสะสมสิ่งของมากเกินความจำเป็น
ถึงแม้ว่าโรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ปัจจุบันนี้ก็มียาที่สามารถช่วยบรรเทา และควบคุมอาการอยู่เช่นกัน รวมถึงการรักษาโดยการบำบัดด้วย ซึ่งการใช้ยานั้นโดยปกติยาที่แพทย์มักใช้กับผู้ป่วยโรคย้ำคิด ย้ำทำนี้มักจะใช้ยาในกลุ่มแก้โรคซึมเศร้า ซึ่งก่อนรับยาจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ พูดคุยอย่างละเอียดเสียก่อน
เช็กตัวเองอย่างไร ใช่โรคย้ำคิด ย้ำทำหรือไม่
ถ้าคุณคิดว่าไม่แน่ใจ ว่านิสัยชอบทำอะไรซ้ำๆ นี่ใช่โรค OCD หรือเปล่า ให้ลองพิจารณาดูว่า หากการย้ำคิดย้ำทำนั้นเริ่มกระทบกับชีวิตประจำวัน สร้างความวิตกกังวล ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานและหยุดคิดไม่ได้ หรืออาจทำให้เกิดผลกระทบทางร่างกายเช่น พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป หรือล้างมือบ่อยเกินไปจนเริ่มมีปัญหาทางผิวหนัง และที่สำคัญอาการย้ำคิด ย้ำทำมักจะทำให้ผู้ป่วยต้องเสียเวลาโดยไม่จำเป็นไปกับพฤติกรรมดังกล่าวมากกว่า 1 ชั่วโมงในหนึ่งวันด้วย อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

“ ดนตรีบำบัด ” กับการกำจัดความเครียด

Music Therapy หรือ ดนตรีบำบัด ที่ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาผู้ป่วย หรือพัฒนาศักยภาพด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะทางสังคม ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยให้คนที่ต้องการยกระดับคุณภาพจิตใจให้ดีขึ้น สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่อยากเพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากการรักษาโรค เพราะดนตรีบำบัดไม่สามารถรักษาคนป่วยให้หายจากโรคได้ เพียงแต่ดนตรีจะช่วยให้คนที่ได้ฟังหรือคนที่รับการบำบัดอยู่มีอารมณ์ร่วม เกิดสัมพันธภาพในการบำบัดที่ร่วมไปกับดนตรีที่ฟังอยู่

หลายครั้งที่เรามักจะได้ยินว่าดนตรีเปรียบเสมือนภาษากลางที่ช่วยทำหน้าที่สื่อสารถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกของทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนเล่นดนตรี คนแต่งเพลง คนร้อง หรือคนฟังทุกคนสามารถเชื่อมโยงกันได้หมดจากดนตรี
ทำความรู้จักการใช้ “ ดนตรีบำบัด ”
ดนตรีบำบัดได้รับความนิยมมาเป็นระยะเวลานาน ในทางการแพทย์ดนตรีบำบัดถูกนำมาใช้เป็นระยะเวลานานแล้ว โดยมีความเชื่อกันว่าดนตรีจะช่วยให้คนฟังผ่อนคลายจากอาการเจ็บป่วย และจากความกังวล หรือลดความเครียด นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาในเรื่องของการฟังดนตรีบำบัดของผู้ป่วยก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดว่าช่วยลดความเครียดและความกังวลได้ ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียดลดลงมากกว่าการใช้ยาลดความเครียด การฟังดนตรียังช่วยลดภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย โดยช่วยปรับให้อารมณ์สงบขึ้นทำให้นอนหลับง่ายขึ้น เรียกได้ว่าดนตรีบำบัดเปรียบเหมือนยาที่มีผลกับจิตใจ ช่วยกระตุ้นสมอง ปรับระดับ Cortisol ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียดให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลายได้ ดนตรีที่ใช้บำบัดนั้นไม่ได้ถูกจำกัดว่าจะต้องเพลงบรรเลง หรือเสียงธรรมชาติเท่านั้น เพลงทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นคลาสสิค แร๊ป ลูกทุ่ง ฮิพฮอพ ฯลฯ ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้หมด ขึ้นอยู่กับความชอบใครฟังเพลงอะไรแล้วรู้สึกร่วมไปกับเพลงที่ฟังมากกว่า

วิธีง่ายๆ กับกิจกรรม ดนตรีคลายเครียด
ปัจจุบันมีการใช้ดนตรีบําบัดโรคทางจิตเวช ยกตัวอย่างพฤติกรรมถดถอย แยกตัวที่เป็นอาการในลักษณะเรื้อรัง สามารถใช้ดนตรีบําบัดได้ ดังนี้
• เปิดเพลงจังหวะเร้าใจ
• ขยับตัวเข้าจังหวะ
• ใช้ดนตรีแบบเคาะจังหวะ
• ใช้อุปกรณ์เกิดเสียงให้ผู้ป่วยได้เขย่า หรือฟังเพลง
• บอกถึงความรู้สึกที่ได้จากเพลง
• ทําตามนี้ครั้งละ 1-1.30 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
หากทําได้ตามนี้ ผู้ป่วยจะกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างรวดเร็วในชั่วโมงที่ 2 ของการบําบัด ผู้ป่วยที่รู้สึกเหงา เศร้าจะยิ้มแย้มได้หลังจากไม่เคยยิ้มมานานอีกด้วย
7 ประโยชน์จากดนตรีบำบัด
1. เพิ่มคุณภาพชีวิต
2. การจัดการความเครียด
3. การกระตุ้นความจำ
4. เพิ่มทักษะการสื่อสาร
5. บรรเทาอาการเจ็บปวด
6. การฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย
7. ส่งเสริมทักษะการเข้าสังคม

ดนตรีแม้ไม่ป่วย…ก็ฟังได้
คนที่ใช้ดนตรีบำบัดไม่จำเป็นว่าจะต้องป่วยอย่างเดียวเท่านั้น เพราะดนตรีบำบัดนอกจากจะช่วยผ่อนคลายความเครียดแล้ว ดนตรียังช่วยพัฒนา และผลักดันศักยภาพรวมถึงทักษะต่างๆ ให้ดีขึ้นเช่น การทำกายภาพบำบัดควบคู่กับการทำดนตรีบำบัด ดังนั้น คนที่มีอาการเครียดแต่ยังไม่ถึงกับมีอาการซึมเศร้าก็สามารถใช้ดนตรีบำบัดในการผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน แต่การใช้ดนตรีบำบัดก็แตกต่างกับการฟังดนตรีทั่วไป เพราะการบำบัดจำเป็นต้องให้คนฟังที่บำบัดเข้าถึง และมีสัมพันธภาพทางการบำบัด มีความสัมพันธ์กับเพลง เกิดความเชื่อใจ และมีเป้าหมายในการบำบัดชัดเจน อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

จะรับมือยังไง…เมื่อเป็น “ โรคไบโพล่าร์ ” ไม่รู้ตัวว่าเป็น

โรคไบโพล่าร์ สังเกตได้อย่างไร
ผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์มักจะไม่รู้ตัวเองในช่วงที่เป็น เพราะอาการของไบโพล่าร์มี 2 ระยะ คือ

ระยะพุ่งพล่านหรือที่เรียกว่า มาเนีย (Manic Episode) มีอาการคิดเร็ว ทำเร็ว มั่นใจในตัวเอง นอนน้อย เพราะอยากออกไปทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย อารมณ์พุ่งพล่าน ใช้เงินเยอะ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยและคนรอบข้างเข้าใจว่าเป็นแค่นิสัยไฮเปอร์ ไม่ได้ผิดปกติหรืออะไร และอาจเป็นแบบนี้อยู่นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน
แต่หลังจากนั้น อาการจะกลับตาลปัตรเข้าสู่ระยะซึมเศร้า (Depressive Episode) ทีนี้ล่ะ ผู้ป่วยจะเป็นตรงข้ามกับระยะมาเนียทุกอย่าง คือท้อแท้เบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไร เบื่ออาหารหรือกินมากกว่าปกติ รู้สึกตัวเองไร้ค่า สิ้นหวัง อ่อนเพลีย อยากฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง และอาจเป็นอาการซึมเศร้าอยู่นานติดต่อกันเป็นเดือน แล้วจึงกลับไปคึกคักเหมือนช่วงมาเนียอีกครั้ง
ดังนั้นเมื่อไหร่ที่สังเกตตัวเอง หรือคนรอบข้างมีอาการแบบนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะในระยะพุ่งพล่านอาจก่อหนี้สินมากมายจากการใช้เงินแบบไม่ยั้ง ลงทุนฟุ่มเฟือย สะเปะสะปะ และหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่น และในช่วงซึมเศร้าอาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตนเองหรือมีความคิดฆ่าตัวตายได้
สาเหตุของโรคไบโพลาร์
มีสาเหตุ และปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคนี้ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือมีสารเคมีบางอย่างในสมองผิดปกติไป ซึ่งอาการของโรคไบโพลาร์จะเกิดขึ้นเมื่อมีสารสื่อประสาทนอร์อะดรีนาลีน เซโรโทนิน และโดปามีน ในระดับที่ไม่สมดุลกัน ซึ่งจะทำให้มีอารมณ์ดี อยู่ในภาวะร่าเริงผิดปกติ และจะมีภาวะซึมเศร้า เบื่อหน่าย สลับกันไป นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุจากพันธุกรรม ผู้ป่วยไบโพลาร์มักมีญาติที่ป่วยเป็นโรคนี้หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางอารมณ์ โดยเฉพาะญาติสายตรง อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่นๆ เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ป่วยได้รับแรงกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกที่กระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจ เช่น ความผิดหวัง ความเสียใจอย่างรุนแรงหรือฉับพลัน การเจ็บป่วยทางร่างกาย เป็นต้น

“โรคไบโพล่าร์” รักษาถูกทาง ก็หายได้
เนื่องจากนี่เป็นโรคที่เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ การรักษาไบโพล่าร์หลักๆ จึงจำเป็นต้องได้รับยาโดยแพทย์จะให้ทานยาเพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่ขึ้นอยู่กับชนิดของไบโพล่าร์ที่ผู้ป่วยเป็น แต่สิ่งสำคัญที่ควรทำควบคู่กันเพื่อผลดีในระยะยาวคือการทำจิตบำบัด หรือกิจกรรมบำบัด เพราะจิตแพทย์จะสามารถค้นหาว่าอะไรคือสาเหตุที่ผู้ป่วยเกิดโรคไบโพล่าร์นอกเหนือจากกรรมพันธุ์ และจิตแพทย์ยังสามารถแนะนำวิธีดูแลผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์ให้กับครอบครัวหรือคนใกล้ชิดในการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ และที่สำคัญที่สุดคือการทานยารักษาอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาเอง หรือลดยาโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้โรครุนแรงกว่าเดิม และต้องเริ่มกระบวนการรักษาใหม่ตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าป่วยควรหันมาดูแลตัวเอง ห้ามอดนอน ควบคุมเวลานอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง พยายามหาวิธีแก้ปัญหา ลดความเครียด และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟ ห้ามใช้สารเสพติด สุรา ร่วมด้วย อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ทำ “ บอลลูน ” วิธีสวนหัวใจขยายหลอดเลือด…เพื่อคืนคุณภาพชีวิต

เมื่อแพทย์วินิจฉัยจากการฉีดสีแล้วว่าผู้ป่วยมีภาวะหลอดเลือดตีบ แคบ โดยส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่ผู้ป่วยจะถูกแนะนำให้ทำในทันทีก็ คือ การสวนหัวใจเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมีทั้งการทำด้วย บอลลูน และขดลวด
สวนหัวใจด้วยบอลลูน…ดีอย่างไร
ข้อดีของการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแคบด้วยวิธีนี้ คือ สามารถช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดบายพาสได้เพราะไม่ต้องดมยาสลบ ทำให้ผู้ป่วยสามารถรู้สึกตัวพูดคุยกับแพทย์ได้ เพราะการวางยาสลบนั้นจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ใช้เวลาเฉลี่ย 1-2 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ โดยไม่ต้องกังวลกับอาการภาวะหัวใจขาดเลือด อีกทั้ง สามารถทำซ้ำได้หลายครั้ง ในกรณีที่หลอดเลือดตีบแคบมากขึ้นในอนาคต
มั่นใจผลการรักษา…ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
วิธีการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน การรักษาที่เป็นมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ และได้รับความนิยม เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัด และมีความปลอดภัย โดยแพทย์จะสอดสายสวนหัวใจ ซึ่งเป็นท่อบอลลูนขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือดบริเวณขาหนีบ หรือข้อมือ ซึ่งให้ผลการรักษาไม่ต่างกัน เพียงแต่การสวนทางข้อมือ ผู้ป่วยจะได้รับความสะดวกสบายกว่า เพราะไม่มีแผลที่ขาหนีบ รวมถึงลดระยะเวลาพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย หลังจากนั้นจะต้องต่อสายบอลลูนเข้ากับเครื่องมือที่อยู่ภายนอกร่างกาย เพื่อดันให้บอลลูนขยายออก เบียดคราบไขมัน หินปูนซึ่งเกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือดให้ยุบแบนลง และขยายหลอดเลือดให้กว้างขึ้น เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีอีกครั้ง หากบอลลูนขยายผนังหลอดเลือดยังไม่กว้างพอ แพทย์จะใส่ขดลวดเล็กๆ (stent) เข้าไปยึดติดกับผนังหลอดเลือด นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขยายหลอดเลือดแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัย และลดปัญหาการกลับมาตีบซํ้าอีกได้ด้วย หลังจากนั้นจึงทำให้บอลลูนฟีบเหมือนเดิม แล้วดึงสายสวนหัวใจกลับออกมา อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ดูแล หัวใจ อย่างไร ให้แข็งแรง

หัวใจ
เป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำงานแบบไม่มีวันหยุด ขณะเดียวกันหากหัวใจหยุดเต้นนั่นหมายถึงการสิ้นสุดของชีวิตของเราด้วยเช่นกัน ดังนั้น การดูแลหัวใจให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลให้เกิดปัญหากับหัวใจ ได้แก่ การสูบบุหรี่ รับประทานอาหารประเภทแป้ง อาหารที่มีรสหวานจัด อาหารที่มีไขมันสูง และขาดการออกกำลังกาย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อันมีผลต่อการเกิดโรคหัวใจตามมา
ตรวจความดัน และไขมันในเส้นเลือดเป็นประจำ พยายามควบคุมความดันในเลือดให้ต่ำกว่า 115/75 เพราะค่าความดันโลหิตมีผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล) การออกกำลังเป็นประจำและพยายามลดไขมันรอบพุง (รอบเอว) มีส่วนช่วยลดความดันเลือดได้ และตรวจไขมันในเลือดโดยพยายามทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) สูงกว่า 50 ด้วยการออกกำลังเป็นประจำ
นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดกับงาน เพราะความเครียดทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป หมั่นรับประทานผัก และผลไม้ เช่น ผักโขม แครอท ลูกพีช และเบอรี่ อุดมไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงแอนตี้ออกซิแดนท์ และไฟเบอร์ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

พริกขี้หนู สด ลดเสี่ยงโรคหัวใจ

จากข้อมูล พริกขี้หนู มีการสำรวจของสถาบันวิจัยโภชนาการ
พบว่าการบริโภค พริกขี้หนู สด ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ และหลอดเลือด ในหญิงไทยที่มีไขมันในเลือดสูง โดยการศึกษาหญิงไทยจำนวน 50 คน ซึ่งมีระดับไขมันในเลือดสูง แต่มีสุขภาพโดยทั่วไปดี อายุอยู่ในช่วง 45-64 ปี และหมดประจำเดือนแล้ว แต่ไม่มีอาการแสดงของโรคเรื้อรังใดๆ
การบริโภคพริกขี้หนูมีผลดีต่อปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ และหลอดเลือด ได้แก่ การลดระดับน้ำตาลกลูโคส เพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย มีแนวโน้มชะลอการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด และเพิ่มการละลายลิ่มเลือด โดยมีผลภายใน 30 นาที หลังจากการบริโภค

แต่หลายคนมักเข้าใจผิดว่ากินเผ็ดๆ จะทำให้เป็นโรคกระเพาะ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด สาเหตุที่เป็นโรคกระเพาะไม่ใช่เพราะกินเผ็ดๆ แต่เป็นเพราะกินอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้น้ำย่อยกัด และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แต่หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระเพาะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ห้ามรับประทานเผ็ด เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการระคายเคืองกับแผลในกระเพาะอาหารได้ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

อนุภาคจาก “แครอท” หัวน้อยๆ กินเเล้วอิ่มนานทั้งวัน

แครอท (Carrot)
ผักสีส้ม ที่สามารถนำมารังสรรค์ได้หลากหลายเมนู ทั้งผัด แกง ทอด หรือแม้แต่รับประทานสดก็สามารถทำได้ ที่สำคัญ คือคุณประประโยชน์หลากหลาย
อุดมด้วยวิตามินเอ และสารเบต้าแคโรทีน จากแครอทช่วยบำรุงสายตา แก้โรคตาฝ้าฟาง บำรุงผิว และเนื้อเยื่อต่างๆ ให้ทำงานได้ดี ช่วยยับยั้งความเสื่อมของอวัยวะสำคัญในร่างกาย ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงเลือดให้ไหลเวียนสะดวก และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็น วิตามินเอ ซึ่งช่วยในการรักษาโรคตาแทบทุกชนิด
มีสารฟอลคารินอล ทำงานร่วมกับสารเบต้าแคโรทีน สามารถต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง
ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากมีสารแคลเซียมแลคเตท ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว ลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต และความดันโลหิตสูงอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ดูแลอย่างเข้าใจภาวะ ท่อน้ำนมอุดตัน

“ปัญหา ท่อน้ำนมอุดตัน เป็นปัญหาที่พบบ่อยในคุณแม่หลังคลอด” ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่น้ำนมบริเวณท่อน้ำนมเกิดการอุดตัน ข้นมากขึ้นจนอุดตันคั่งค้างอยู่ในท่อน้ำนม

สาเหตุของท่อน้ำนมอุดตัน
การให้ลูกดูดนมไม่บ่อยพอหรือดูดน้อยทำให้นมค้างเต้า ระบายออกไม่หมด
ปั๊มนมบ่อยในช่วงกลางวันแล้วกลางคืนหลับยาว ไม่ตื่นมาให้นมหรือปั๊มนม
มีการกดทับของท่อน้ำนม ซึ่งอาจเกิดจากการสวมเสื้อชั้นในที่คับเกินไปหรือมีขอบแข็ง นอนตะแคงทับข้างนั้นนาน เป็นต้น
เต้านมใหญ่ยานเกินไปทำให้การระบายน้ำนมออกไม่ดี
การรับประทานอาหารที่หวาน มัน แป้ง หรือมีน้ำตาลมากเกินไป

อาการนี้ใช่เลย…ท่อน้ำนมอุดตัน !!!
มีอาการนมคัด เต้านมขยายใหญ่ กดแล้วเจ็บ
อาการบวมแดง
ปวดเต้านม เจ็บระบบเต้านมไปถึงหัวนม อาจมีไข้
มีก้อนแข็งๆ ที่เต้านม ส่งผลให้น้ำนมไม่ไหลหรือไหลช้า
การป้องกันไม่ให้ท่อน้ำนมอุดตัน
ดูดเร็ว : เริ่มให้ลูกน้อยดูดนมเร็ว ตั้งแต่วันแรกๆ หลังคลอด
ดูดดี : ดูให้แน่ใจว่าลูกน้อยดูดนมได้ดี น้ำนมไหลออกดี
ดูดเยอะ : ให้ลูกน้อยดูดนมโดยไม่จำกัด อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ทันตกรรม ฟันสวย สุขภาพดี มั่นใจในการยิ้ม

รู้จัก ทันตกรรม ฟันสวยสุขภาพดี!
การดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากให้แข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคฟันและโรคเหงือก คือ การดูแลรักษาความสะอาดในแต่ละวัน เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ภายในช่องปากที่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดโรคฟันและโรคเหงือก รวมทั้งการเข้ารับการรักษากับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจและวินิฉัยให้การรักษารวมทั้งป้องกันปัญหาของโรคฟันและโรคเหงือกได้ทันท่วงที

ทันตกรรมฟันสวยสุขภาพดี…!
ตรวจสุขภาพช่องปาก
ขูดหินปูน
ขัดฟัน
เคลือบฟลูออไรด์

ใครบ้างต้องขูดหินปูน ?
สามารถทำได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็กที่มีฟันน้ำนมไปจนถึงผู้สูงอายุ

ทำไมถึงต้องขูดหินปูน?
หินปูนจะขัดขวางการทำความสะอาดช่องปาก ทำให้ไม่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ออกได้เพียงพอและไม่สามารถกำจัดออกโดยวิธีการแปรงฟัน ต้องให้ทันตแพทย์ช่วยกำจัดหินปูน หากไม่ขูดหินปูนหรือปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้มีเลือดออกขณะแปรงฟัน เหงือกบวมแดง มีกลิ่นปาก เหงือกร่น ฟันโยกได้ อ่านเพิ่มเติม