Categories
แทงบอล

เทคนิคการแทงผลบอลล่วงหน้า

ใน การพนันบอลออนไลน์ มีรูปแบบการวางเดินพันอย่างหนึ่งที่เรียกกันว่า Outright หรือการทายผลบอลล่วงหน้า ซึ่งได้รับความนิยมกันในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงใกล้จบฤดูกาลที่เริ่มมองเห็นแววแล้วว่าทีมไหนจะมีโอกาสคว้าชัยขนะมาครอง การทายผลบอลล่วงหน้านี้มีรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างแน่นอน กล่าวคือ ทางเว็บพนันบอลจะกำหนดราคาและรูปแบบการเล่นมาให้เสร็จสรรพ นักพนันอย่างเราก็เพียงแค่ทำการเลือกว่าจะวางเดิมพันข้างไหนเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ทายว่าทีมไหนจะได้เป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ทายว่านักเตะคนไหนจะทำประตูได้มากที่สุดเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน, ทายว่าสโมสรไหนจะคว้าตำแหน่งชนะเลิศไปครอง ฯลฯ ช่วงที่คึกคักที่สุดเห็นจะไม่พ้นฤดูกาลแข่งขันใหญ่ ๆ อย่างบอลโลก, บอลยูโร หรือโอลิมปิก ส่วนการทายผลการแข่งขันในระดับสโมสร หรือลีกต่าง ๆ นั้นมีให้เล่นกันอยู่เรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ วิธีการทายผลบอลแบบ Outright ยังไม่จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์เจาะลึกอะไรให้มากเหมือนกับการเก็งผลบอลในรูปแบบอื่น ๆ เพียงแค่คุณไปรวบรวมสถิติการแข่งขันที่มีบันทึกเอาไว้แล้วนำมามาหาแนวโน้มว่าทีมไหนที่มีโอกาสครองแชมป์มากที่สุดก็เพียงพอแล้ว นับว่าเป็นการทายผลบอลที่เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาเกาะติดการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ที่สำคัญที่สุดก็คือ จำนวนเงินที่ใช้ในการวางเดิมพันยังน้อยกว่าการเล่นแบบอื่นเสียอีก เมื่อเทียบกับอัตราจ่ายที่คุณจะได้รับเมื่อชนะการเดิมพันในแต่ละรอบ

ufabet

Categories
blackcat agency

รู้จัก Moment-based Marketing สื่อสารกับลูกค้าในเวลาที่ใช่

DBS Bank เป็นธนาคารสัญชาติสิงคโปร์มี Headquarter อยู่ที่ Marina Bay ให้บริการทางการเงินรวมถึงให้กู้เงินซ้อหรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และปัจจุบันนี้ธนาคารต่างก็ให้บริการผ่านแอปฯมือถือ DBS Bank ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ลูกค้าสามารถเช็คอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ได้จากแอปฯ เพื่อดูว่าบ้านหลังไหนที่ตัวเองมีกำลังซื้อหรือผ่อนได้

แต่ DBS Bank ไม่ต้องการให้แอปฯของตัวเองทำได้แค่นั้น DBS หางที่ทำให้แอปฯของตัวเองแตกต่างจากแอปฯของธนาคารอื่น เพราะมี Headquarter เลยมีแนวคิด “Home Connect Mobile App” ขึ้นมา ซึ่งเจ้าแอปฯตัวนี้ ลูกค้าสามารถเปิดแอปฯแล้วสแกนพื้นที่รอบบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์รอบๆตัว แล้วดูว่าราคาซื้อขายนั้นอยู่ที่เท่าไหร่? หรือถ้าลูกค้าใส่ใจว่าบ้าน คอนโด อพาร์ทเมนท์ที่ตัวเองต้องการซ้อนั้นต้องตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน ห้างฯ โรงพยาบาล ฯลฯ แอปฯตัวนี้ก็สามารถให้ข้อมูลได้หมด รวมถึงรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ที่สุด มีซุปเปอร์มาร์เกตแถวนั้นหรือเปล่า

ความสามารถของแอปฯ DBS Bank ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้ออังหาริมทรัพย์ได้ดีขึ้น แทนที่จะให้ข้อมูลแค่อัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แอปฯของ DBS ดึงข้อมูลจากหลายๆที่ที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามาในแอปฯและแสดงผลให้ลูกค้าดูและตัดสินใจได้

ความสามารถเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันคือแนวคิดของการทำการตลาดโดยคิดถึง “Micromoments” คือคิดถึงเวลาที่เราต้องการสื่อสารข้อมูลบางอย่างให้กับลูกค้าในเวาที่ใช่ และในบริบทที่ใช่

แล้วเราจะเอาชนะ Micromoment ได้อย่างไร?

1. สำรวจ Customer Journey เพื่อเข้าใจความต้องการและบริบทของลูกค้า
ดูไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละวัน สัปดาห์ เดือน หรือนานกว่านั้นว่า แต่ละช่วงเวลาของลูกค้านั้น ลูกค้าตั้งใจจะทำอะไร? ในบริบทแวดล้อมแบบไหน? และผลลัพธ์แบบไหนที่ลูกค้าอยากได้เดี๋ยวนั้น? ซึ่งเราต้องลงพื้นที่ไปสังเกตพฤติกรรมลูกค้า ตามที่ๆลูกค้าอยู่ตามที่แบรนด์ปรากฏหรือ Touch point จะเข้าใจและได้คำตอบดีกว่าไปทำแบบสำรวจ ที่สำคัญคือ ขอให้โฟกัสที่ Customer Journey จริงๆ อย่าเพิ่งคิดถึงสินค้าหรือบริการของตัวเอง

2. ควรจัดหมวดหมู่โมเมนต์ต่างๆของลูกค้า
เพราะถ้าเราลิสต์โมเมนต์ต่างๆตาม Customer Journey มันดูเยอะและเราอาจจะไม่เข้าใจ ควรจัดประเภท ซึ่งโมเมนต์ของลูกค้าก็มีอยู่ 4 แบบ

Iwant-to-know ลูกค้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเดี๋ยวนั้น เพิ่อตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่
Iwant-to-go ลูกค้าอยากไปที่ร้านค้า สาขาเดี๋ยวนั้นหลังจากที่ได้ดูข้อมูลสินค้าและบริการบนออนไลน์เพื่อไปเยี่ยม ไปทดลอง
Iwant-to-do ลูกค้าอยากรู้วิธีแก้ไขปัญหาและทำเป็นเดี๋ยวนั้น ซึ่งก็หนีไม่พ้นคอนเทนต์ประเภท How to
Iwant-to-buy ลูกค้ารู้ว่าตัวเองอยากได้สินค้าอะไร แล้วต้องการซื้อเดี๋ยวนั้นเลย

3. ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
เพราะโฆษณาที่ได้ผลมากที่สุด คือโฆษณาที่ลูกค้าอ่านแล้วได้ประโยชน์ ณ ตอนนั้น แก้ปัญหาของตัวเองได้ ไม่ใช่ข้อความที่ยัดเยียดให้ลูกค้ารู้แต่ไม่ได้เกี่ยวกับลูกค้า ร้านค้าปลีกขายอุปกรณ์ซ่อมแซมตกแต่งบ้านดังๆของอเมริกาอย่าง Home Depot นั้น ในร้านมีวีดีโอสอนฮาวทูเยอะมาก มีคนดูรวมๆเกิน 43 ล้านครั้งได้ มันไม่ใช่แบนเนอร์ที่ลูกค้าไม่อยากรู้ แต่วีดีโอฮาวทู สอนแก้ไขปัญหาซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆในบ้าน ทำให้ลูกค้ารัก Home Depot มากกว่าใช้โฆษณาแบนเนอร์เสียอีก

4. ทำคอนเทนต์ให้เสพย์ง่ายๆ
Google เคยเก็บสถิติว่าคนดูวีดีโอในแอปเฉลี่ยครั้งหนึ่งไม่เกิน 1 นาที 10 วินาที 1 ใน 3 ของการมีปฏิสัมพันธ์กับแอปฯมือถือจะนานไม่เกินนาที หมายความว่าคนเรามีสมาธิตั้งใจทำอะไรสั้นๆ ฉะนั้นคอนเทนต์ในช่วงโมเมนต์ต่างๆก็ควรจะสั้นและกระชับตามไปด้วย

5. อย่าให้คอนเทนต์ แอปฯ และเว็บไซต์โหลดช้า
ถ้าให้ลูกค้ารอโหลดช้าเกินไป ลูกค้าก็จะหมดความอดทนและกดออกไป Google เคยเก็บสถิติวืเคราะห์โฆษณาบนมือถือกว่า 9 แสนชิ้น จาก 126 ประเทศ พบว่าโฆษณาตัวหนึ่งใช้เวล่โหลดนานถึง 22 วินาทีโดยเฉลี่ย 53% ของคนที่เข้าแอปฯ ออกจากหน้าที่ต้องใช้เวลาเกิน 3 วินาทีกว่าจะโหลดเสร็จ วีดีโอและรูปภาพที่มีความละเอียดเยอะๆ เป็นสาเหตุที่ทำให้เพจโหลดช้า

ไม่ใช่แค่ DSB Bank เท่านั้นที่ใช้ Moment-based Marketing ถ้าใครเคยซื้อของกับ Sephora ที่ขายสินค้าเสริมสวย เราสามารถใช้มือถือแสกนไปที่ตัวสินค้าที่วางอยู่ในร้าน ข้อมูลก็จะปรากฎในมือถือ รู้เลยว่าสินค้าตัวนี้มีรีวิวอย่างไรบ้าง เรตติ้งเท่าไหร่? หรือใครที่เคยพักที่ Red Roof Inn โดยเฉพาะคนที่เคยเดินทางในอเมริกา ว่าเมื่อไหร่ที่เที่ยวบินที่ตัวเองจองเกิดล่าช้าขึ้นมา ที่พักก็จะส่งโฆษณาชวนให้คนที่ไฟลท์ดีเลย์มาพักทันทีเพื่อรอเที่ยวบิน Red Roof Inn จะหาทางเช็คว่าเที่ยวบินไหนบ้างที่ดีเลย์ จะจะส่งโฆษณาไปให้ถูกคน

การตลาดออนไลน์

Categories
blackcat agency

การเลือกตลาดเป้าหมาย(Target Market Decision)

การเลือกตลาดเป้าหมาย(Target Market Decision)
การเลือกตลาดเป้าหมาย หมายถึง การประเมินและเลือกตลาดในส่วนใดส่วนหนึ่งหรือมากกว่า หรือทั้งหมด จากที่ได้ทำการแบ่งส่วนตลาดไปแล้ว ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดความแตกต่าง แต่ละส่วนตลาด (Market Segment) เพื่อให้เป็นตลาดเป้าหมายที่ชัดเจนและใช้ส่วนประสมทางการตลาดกับส่วนที่เลือกนั้น
ตลาดเป้าหมาย (Target Market หรือ Target Group) หมายถึง กลุ่มผู้บริโภคหรือส่วนตลาดที่นักการตลาดสนใจและเลือกที่จะเข้าไปดำเนินกิจกรรมทางการตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนั้นๆ การเลือกตลาดเป้าหมายมี 2 ขั้นตอน คือ
1.การประเมินส่วนตลาด (Evaluating the Market Segment)
เป็นการประเมินค่าของตลาดแต่ละส่วน เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจเลือกส่วนตลาดที่เหมาะสม ซึ่งนักการตลาดต้องศึกษาส่วนตลาด 3 ส่วน Target Market Decision ดังนี้
1.1ขนาดของส่วนตลาดและอัตราการขยายตัว
1.2โครงสร้างความน่าสนใจของส่วนตลาด
1.3วัตถุประสงค์และทรัพยากรของบริษัท
2.การเลือกส่วนตลาด (Selecting the Market Segment)
หลังจากที่ปประเมินค่าส่วนตลาดแล้วอาจพบว่ามีส่วนตลาดที่ควรกำหนดเป็นเป้าหมายมากกว่าหนึ่งส่วนตลาด จึงเลือกส่วนที่มีความเหมาะสมเป็นตลาดเป้าหมายโดยวิธีเลือกดังนี้
2.1การตลาดแบบไม่แตกต่าง หรือการตลาดที่เหมือนกัน (Undifferentiated Marketing)
การเลือกตลาดแบบไม่แตกต่างนี้ จะสามารถช่วยประหยัดต้นทุนการดำเนินงานเนื่องจากใช้หลักการผลิตสินค้ารูปแบบเดียวกันในปริมาณมาก ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ลดค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายในการวางแผนการตลาด สรุปกลยุทธ์ที่ใช้มี ดังนี้
1.การเลือกตลาดรวมเป็นตลาดเป้าหมายเพียงตลาดเดียว โดยถือว่าตลาดมีความต้องการที่คล้ายกันหรือไม่แตกต่างกัน
2.ใช้ส่วนประสมทางการตลาด 1 ชุด ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าจำนวนมาก
3.มุ่งความสำคัญที่การผลิต ทำให้เกิดการประหยัดจากขนาดของการผลิต นิยมใช้ในการแบ่งส่วนตลาดสำหรับสินค้าหรือบริการขั้นพื้นฐานในการครองชีพของผู้บริโภค เช่น ข้าวสาร เกลือ น้ำตาล เป็นต้น
2.2การตลาดแบบแตกต่าง หรือก่ีคลาดมุ่งต่างส่วน (Differentiated Marketing)
การเลือกตลาดแบบแตกต่างนี้ จะสามารถสร้างความพึงพอใจและสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มาก ส่งผลให้ธุรกิจสามารถสร้างยอดขายได้มากในทุกๆ ส่วนของตลาด แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดคือ ต้องใช้ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง เช่น ต้นทุนเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง และต้นทุนการส่งเสริมการตลาด เป็นต้น สรุปกลยุทธ์ที่ใช้มีดังนี้
1.ใช้กลยุทธ์การตลาดมุ่งหมายส่วน
2.เป็นการเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน เพื่อสนองความต้องการในแต่ละส่วนตลาดที่เลือกเป็นเป้าหมาย
2.3การตลาดแบบมุ่งตลาดส่วนเดียว หรือการตลาดมุ่งเฉพาะส่วน (Concentrated Marketing)
การเลือกตลาดแบบมุ่งตลาดส่วนเดียวนี้ ธุรกิจจะพบกับความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีกลุ่มเป้าหมายเพียงส่วนเดียว เช่น มีบริษัทอื่นที่มีความเข้มแข็งทางด้านการเงินและมีความสามารถที่จะทุ่มการส่งเสริมการตลาดเข้ามาเป็นคู่แข่งขัน หากธุรกิจมีข้อจำกัดทางด้านเงินทุนอาจต้องเป็นฝ่ายเสียส่วนครองตลาดไปได้ เป็นต้น สรุปกลยุทธ์ที่ใช้มีดังนี้
(1) เป็นการเลือกตลาดเป้าหมายเพียงส่วนเดียวจากตลาดรวม
(2) ใช้ส่วนประสมทางการตลาด 1 ชุด ที่สามารถสนองความต้องการในส่วนตลาดที่เลือก

การตลาดออนไลน์

Categories
สุขภาพ

รู้ทันเซลลูไลท์ กำจัดได้เเค่เปลี่ยนพฤติกรรม

เซลลูไลท์ เหมือนหนามแทงใจของสาวเล็กสาวใหญ่ หรือแม้กระทั้งหนุ่มๆก็ตาม เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ถึงแม้คุณจะไม่ได้อ้วนก็ตาม แถมหลายคนก็คิดว่ามันกำจัดยากเหลือเกิน แต่ความจริงแล้ว เราสามารถกำจัดมันได้แต่ต้องอาศัยความอดทนและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เซลลูไลท์ คือ การสะสมของ ไขมันที่เป็นของเหลวและสารพิษ ที่ติดค้างอยู่ในร่างกาย สะสมกัน จนเป็น ชั้นๆคลื่นๆ อยู่ในเนื้อเยื่อ ที่เชื่อมต่ออยู่ใต้ผิวหนัง เซลลูไลท์ จะเกิดขึ้นในชั้นผิวหนังของคนที่มีการระบายน้ำเหลืองไม่มีประสิทธิภาพ ร่างกายไม่สามารถ ขับไขมัน และ ของเสียออกไปได้ จนเกิด การสะสมของ ไขมันที่เป็น ของเหลว และ สารพิษ เหล่านี้ และ กลายเป็นผิวเซลลูไลท์ ที่ดูน่าเกลียดใหญ่เทอะทะผิวไม่เรียบคล้ายผิวส้มในที่สุดบางคนจึงเรียกผิวที่มี เซลลูไลท์ ว่า เป็นผิวส้ม

ยังไม่มีรายงานการวิจัยที่ชัดเจนว่า อาหาร หรือสารใดที่ช่วยลดเซลลูไลต์ได้โดยตรง แต่เชื่อกันว่าอาหารการกินและแนวทางการกินที่ช่วยส่งเสริมระบบการเผาผลาญอาหาร การไหลเวียนเลือด และขับล้างสารพิษตกค้าง มีส่วนช่วยลดการสะสมของเซลลูไลต์และไขมันส่วนเกินได้ แม้มันจะเป็นวิธีการทางอ้อมในการจัดการกับเซลลูไลต์ แต่การกินเพื่อมุ่งผลลัพธ์เหล่านี้ก็เป็นผลดีกับสุขภาพ และรูปร่างทรวดทรงที่คุณห่วงใย ถ้าทำได้ย่อมเป็นผลดีกับตัวเอง ความจริงก็คือการกำจัดเจ้าผิวส้มที่มีประสิทธิภาพและให้ผลถาวรก็ค่อ การควบคุมอาหารที่ถูกวิธี และ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้นเอง

ทานให้ครบหมู่และหลากหลาย
เป็นหลักครอบจักรวาลที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ คือ กินอาหารให้ครบหมวดหมู่และหลากหลาย เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไป เพียงแต่ลดสัดส่วนของอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ไขมันลง และพยายามเน้นหนักที่ผักผลไม้ให้มาก เพราะกากใยจะช่วยขับล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย อีกทั้งวิตามินซีและวิตามินอีนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น ควรเน้นอาหารกลุ่มที่มีกรดไขมัน ถั่ว น้ำมันปลา เมล็ดพืชที่ช่วยการไหลเวียนของโลหิต และกินอาหารโปรตีนไขมันต่ำเป็นประจำ เนื่องจากร่างกายใช้พลังงานในการย่อยอาหารพวกโปรตีน มากกว่าการย่อยไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรตถึงสองเท่า เรียกว่าอิ่มเท่ากัน แต่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญมากกว่า นอกจากนี้ สารแอลบูมินที่มีอยู่ในอาหารกลุ่มโปรตีนไขมันต่ำจำพวกถั่ว ยังสามารถช่วยลดระดับของเหลวที่สะสมในเซลล์ไขมันได้ ทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตกับน้ำเหลืองคล่องตัว และเพื่อให้ได้ผล ควรลดอาหารเค็มควบคู่ไปด้วย

ลดให้อาหารเซลลูไลต์
เพราะยิ่งกินเท่ากับสนับสนุนให้ร่างกายสะสมเซลลูไลต์และไขมันส่วนเกิน อาหารกลุ่มนี้ได้แก่

อาหารทั้งมันและหวาน อาหารที่ให้พลังงานสูง ๆ โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ซึ่งจะไปเพิ่มอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหนังหย่อนยานลง เกิดริ้วรอย และเพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายด้วย ถ้ากินมากไปร่างกายใช้ไม่หมดก็จะเกิดการสะสมเซลลูไลต์และไขมันส่วนเกิน ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น
น้ำตาลแลคโตสในผลิตภัณฑ์นมวัว เพราะยิ่งอายุมากขึ้นความสามารถในการย่อยน้ำตาลชนิดนี้จะลดลง
กาเฟอีนจากน้ำชา กาแฟ เพราะจะไปกดสมดุลฮอร์โมน ทำให้ร่างกายขาดน้ำ แม้แต่กาแฟที่อ้างว่าดื่มแล้วช่วยลดความอ้วนก็ควรเลี่ยง ยิ่งถ้าปกติเป็นคนไม่ดื่มกาแฟอยู่แล้วยิ่งไม่ควรซื้อมาดื่ม เพราะปกติเราไม่ได้ดื่ม แต่พอหันมาดื่ม ร่างกายก็ต้องรับสารให้ความหวานเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ แต่ถ้าเป็นคนดื่มชา กาแฟเป็นนิสัย แนะนำให้ค่อย ๆ ปรับมาเป็นชาเขียว หรือชาผลไม้ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
อาหารที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพมากจนจำไม่ได้ว่าทำมาจากอะไร เช่น แฮม เบคอน ไส้กรอก แหนม หมูแผ่น หมูหย็อง ขนมปัง คุกกี้ เบเกอรี่ทุกชนิด เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นสปาเกตตี อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป เพราะอาหารเหล่านี้มักมีสารปนเปื้อนและสารพิษที่จะไปตกค้างในร่างกายและเซลล์ไขมันได้
อาหารเค็มจัด เพราะจะยิ่งเพิ่มการคั่งของสารน้ำในเซลล์ไขมันมากขึ้น
แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในเบียร์และไวน์ เพราะหากดื่มมาก ๆ จะกลายเป็นสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายและเซลล์ไขมัน ซึ่งนั่นคือที่มาของเซลลูไลต์ กลุ่มนี้งดหรือเลิกขาดได้ก็เยี่ยมเลย
เน้นอาหารธรรมชาติ
ปรุงแต่งให้น้อย แน่นอนว่าหลักการนี้จะคิดถึงอะไรไปไม่ได้ นอกจากผักผลไม้สด ๆ โดยจะกินเป็นสลัด ตำ ยำ กับน้ำพริก ก็เลือกได้ตามชอบ หรือเมนูที่ผ่านความร้อนไม่เกิน 100 องศา ใช้เวลาปรุงไม่นาน ประโยชน์จากการกินอาหารแบบนี้คือ ช่วยฟื้นฟูพลังงานและผิวพรรณ ทั้งยังช่วยดูแลระบบย่อยอาหารและควบคุมน้ำหนักได้ แถมคุณค่ายังรับไปแบบเต็ม ๆ ตัดโอกาสการตกค้างของเสียได้อีกด้วย

ดื่มน้ำให้มาก
น้ำเป็นส่วนสำคัญในการเผาผลาญไขมันและการไหลเวียนของเลือด ของเสียในร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำ การทำงานของระบบเหล่านี้ก็จะคล่องตัวน้อยลง ดังนั้นควรดื่มน้ำเปล่าบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ลองใช้สูตร 1 2 3 3 1 คือดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วหลังตื่นนอน 2 แก้วในตอนสาย 3 แก้วสำหรับช่วงบ่าย และอีก 3 แก้วสำหรับช่วงเย็น สุดท้าย 1 แก้วก่อนนอน

ในปัจจุบันมักมียา อาหารเสริม และนวัตกรรมตัวช่วยมากมายที่ออกมาบอกถึงสรรพคุณในการลดเซลลูไลท์ มีทั้งได้ผลและไม่ได้ผล แต่อย่าลืมนะว่า เซลลูไลท์นั้นเกิดขึ้นในร่างกายเรา ถ้าเราเองไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ชีวิต ต่อให้ยาดีวิธีการดีแค่ไหนมันก็คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สุดท้ายก็สะสมและกลับมาเป็นหนามแทงใจอยู่ดี ดังนั้นจงมีสติและเลือกวิธีการที่แก้ที่ต้นเหตุจะดีกว่า

Categories
blackcat agency

8 วิธีหาไอเดียในการนำมาสร้าง Content ใหม่ ๆ

ใครที่เคย ทำ Content มักจะเจอปัญหาแบบหนึ่งที่คุ้นเคยกันนั้นคือการที่ไอเดียในการที่จะทำ Content นั้นตันแล้วไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาทำเป็น Content ต่อไป ในใจก็คิดว่าจะเอาเรื่องเดิม ๆ มาเขียนก็กลัวจะซ้ำกับที่ทำไปแล้วจะทำให้ Content ของตัวเองที่เคยทำมา และกลุ่มผู้บริโภคที่บริโภคเนื้อหานั้น ๆ จะรู้ว่าเป็นเนื้อหาที่ซ้ำกันและทำการไม่อ่านเนื้อหานั้นอีกต่อไป ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับคนทำ Content ที่ต้องสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านอยู่เสมอ

การทำ Content ให้ได้สม่ำเสมอนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอย่างมาก โดยเฉพาะการต้องหาเรื่องใหม่ ๆ มานำเสนอ หรือมีความกดดันใน Timeline ในการทำงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน การที่จะเจอไอเดียให้ทำให้สามารถสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้สร้างเนื้อหาดี ๆ ขึ้นมาได้จึงเป็นเรื่องที่คนทำ Content ต้องมีแหล่งที่จะหาข้อมูลและเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเอามาทำ Content ต่าง ๆ นำเสนอต่อไปได้ ทั้งนี้วันนี้ผมจึงมี 8 วิธีในการที่จะหาไอเดียใหม่ ๆ ขึ้นมาในการเอามาทำ Content

1. ใช้จาก Social Media เป็นตัวจุดประกาย : Social Media นับว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่จะทำให้ได้ข้อมูลว่าผู้บริโภคหรือคนปฏิสัมพันธ์ทางเพจกำลังอยากได้ข้อมูลอะไร หรือมีความสงสัยในเรื่องอะไรที่ Content อื่น ๆ ได้ทำออกไป การรวบรวมความเห็นเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดการนำมาต่อยอดสร้างเป็นเนื้อหาต่าง ๆ ได้มากมายที่จะทำให้เป็น Content ที่ตรงใจผู้อ่านอีกด้วย

2. ใช้จาก Webboard เว็บบอร์ดต่าง ๆ โดยเฉพาะ Group ที่พูดคุยกันเป็นแหล่งข้อมูลอันดีว่าคนในสังคมกำลังสนใจเรื่องอะไรอยู่ ด้วยข้อมูลเหล่านี้สามารถทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ได้หลากหลายในการเอามาทำ Content ต่าง ๆ เพื่อนำเสนออีกต่อไป ยกตัวอย่างใน Pantip หรือ Facebook Group ที่คนเข้ามาปฏิสัมพันธ์เอาเนื้อหาต่าง ๆ มาพูดคุย ถกเถียงกันสูง สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการเข้าใจว่าสังคมกำลังอยากรู้เรื่องอะไร และอยากรู้ในแง่ไหนขึ้นมา

3. ใช้จาก Blog : Blog นั้นเป็นวิธีการหนึ่งที่จะได้ไอเดียที่ดี ๆ มามากมาย ด้วยการเข้าไปอ่าน Blog ของคนต่าง ๆ ที่เขียนเล่าชีวิตประจำวัน หรือเอาเรื่องราวต่าง ๆ มาทำให้ถกเถียง เรื่องราวเหล่านี้ถ้าเข้าไปอ่านและทำการค้นคว้าเนื้อหาไปเรื่อย ๆ ก็สามารถเอามาสรุปใจความหรือต่อยอดต่อจาก Blog นั้นได้มากมายและสร้าง Content ที่มีประโยชน์และมอบคุณค่าให้คนอ่านได้อีกด้วย

4. สืบจากเว็บไซต์เนื้อหาอื่น ๆ : สิ่งหนึ่งที่ผมใช้เป็นประจำในการหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ มาทำ Content คือการเข้าไปอ่านตามเว็บ Content ต่าง ๆ ขึ้นมา และลองมองหาเรื่องราวที่เว็บไซต์ต่าง ๆ นั้นกำลังพูดถึงหรือกำลังเป็นข่าวต่าง ๆ พวกนี้สามารถทำให้คุณได้ข้อมูลใหม่ ๆ ที่ทำให้คุณสามารถเอามาสร้าง content บอกเล่าเรื่องราวใหม่ ๆ ให้กับคนที่ติดตาม Content คุณได้ขึ้นมา

5. ใช้ Keyword ที่คนค้นหา : อีกวิธีการที่สามารถเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเนื้อหาขึ้นมาใหม่ได้นั้นคือการใช้วิธีการสืบจาก Keyword ที่คนกำลังค้นหา หรือกำลังมีความสนใจอยู่ ด้วย Keyword เหล่านี้สามารถนำมาเป็นจุดตั้งต้นในเรื่องราวของเนื้อหาที่จะทำและสามารถนำไปทำ Content ที่เชื่อมกับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดี สิ่งหนึ่งที่ดีจากวิธีการนี้คือการที่ใช้ Keyword เหล่านั้นจะทำให้เนื้อหาของคุณที่ทำนั้นมีโอกาสสูงที่จะติด SEO ดี ๆ อี กด้วย

6. ใช้เครื่องมือในการสร้างไอเดีย : ข้อดีของในยุค Digital นี้ที่มีเครื่องมือหลาย ๆ อย่างให้ได้ใช้งานกัน โดยหนึ่งในเครื่องมือนั้นคือการใช้เครื่องมือที่ช่วยสร้างหัวข้อบทความหรือไอเดียของบทความขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่น HubSpot’s Blog Topic Generator หรือ Portent’s Content Idea Generator ที่ให้คุณใส่ Keyword ที่กำลังสนใจเข้าไปแล้วเครื่องมือดังกล่าวนั้นจะทำการรวบรวมหรือสร้างหัวข้อที่น่าสนใจมาให้คุณได้อย่างทันที

7. ใช้เครื่องมือดูว่าเนื้อหาไหนกำลังนิยม : เช่นกันนอกจากการใช้ Keyword กับเครื่องมือแล้ว คน ทำ Content ยังสามารถใช้เครื่องมือที่จะช่วยในการรวบรวมว่าตอนนี้กำลังมีเนื้อหาอะไรเป็นที่นิยมหรือมีบทความไหนที่คนกำลังให้ความสนใจสูงขึ้นมา ด้วยข้อมูลที่รวบรวมผ่านเครื่องมือนี้เข้ามาจะทำให้คุณสามารถได้ไอเดียที่จะสร้างเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของสังคมในตอนนั้นได้

8. ดูจากคู่แข่ง : วิธีการสุดท้ายคือการใช้คู่แข่งนั้นให้เป็นประโยชน์โดยการเข้าไปดูว่าเนื้อหาที่คู่แข่งทำนั้นกำลังมีอะไรดี ๆ หรือเนื้อหาแบบไหนที่ไม่ควรทำขึ้นมา ซึ่งด้วยวิธีการนี้อาจจะต่อยอดไปดูยังว่าคนในอุตสาหกรรมเดียวกันกำลังทำเนื้อหาแบบไหน หรือกำลังมีความสนใจอะไรขึ้นมา ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณสามารถได้ไอเดียไปทำ Content ได้อย่างแน่นอน

รับทำ SEO

Categories
blackcat agency

วิธีนำมาใช้ซ้ำในสื่อที่ต้องมีการลงทุน คอนเทนต์ของ INFLUENCER

เลือกที่สำคัญมีอยู่ 2 ทาง ระหว่างจะดำเนินการต่อไป เพื่อดูผลลัพธ์ไปเรื่อยๆ หรือลงทุนสักนิดหน่อยเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ของแคมเปญให้สูงที่สุด ดังนั้น คอนเทนต์ของ Influencer สามารถทำให้คุณมีส่วนร่วมและเพิ่ม ROI เมื่อทำการวางโฆษณา ดังนั่น แคมเปญการตลาดของผู้มีอิทธิพลมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของนักการตลาด

ใช้ คอนเทนต์ของ INFLUENCER อย่างไรคอนเทนต์ของ Influencer
คอนเทนต์ของ Influencer ในความเป็นจริงแล้วนั้นจะได้รับการตอบรับจากผู้ชมมากกว่าคอนเทนต์ที่แบรนด์เป็นคนทำเอง หากต้องการได้รับผลตอบแทนสูงสุดในการทำการตลาดด้านนี่ ควรลองลงทุนด้วยวิธีเหล่านี้ดู

ปรับให้เหมาะสมกับรูปแบบโฆษณา
เนื้อหาที่สร้างโดย Influencer ส่วนใหญ่มักถูกสร้างบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย การเพิ่มเพลงหรือการพากย์เสียงเพิ่มไปก็สามารถเพิ่มศักยภาพให้กับคอนเทนต์ต่างๆ ได้

รักษาความน่าเชื่อถือของ Influencer
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การตลาดด้านนี้ประสบความสำเร็จเพราะผู้บริโภครู้จักและไว้ใจ ต่อให้คอนเทนต์ถูกแปลงมาเป็นโฆษณาแล้วก็จะไม่สูญเสียผู้บริโภคจากตรงนี้ไป

จัดกลุ่มเป้าหมาย
การลงทุนโฆษณาคอนเทนต์แต่ละตัวช่วยให้แบ่งกลุ่มเป้าหมายได้ โฆษณาที่คุณทำจะไปโผล่ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นอยู่เรื่อยๆ วิธีนี้ข้อมูลการใช้งานของ Instagram จะช่วยให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และกำหนดได้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนที่จะเห็นโปรโมชันของธุรกิจคุณได้

ใช้ Call to action
พิจารณาว่าสิ่งที่คุณต้องการให้ลูกค้าทำหลังจากลูกค้าเห็นโฆษณาคืออะไร แล้วใช้เครื่องมือต่างๆ บนโซเชียลให้เป็นประโยชน์ เช่น Instagram Stories ก็มี Swipe Up เมื่อเลื่อนขึ้นแล้วสามารถเด้งไปยังเว็บไซต์ของคุณ เป็นต้น แต่ตัวเลือกนี้ไม่ได้สามารถใช้ได้ทุกคน ดังนั้นคุณควรสร้าง Call to action ที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาพบได้เห็นอย่างชัดเจนและสามารถคลิกเพื่อไปต่อได้

ตรวจสอบผลลัพธ์ของคุณ
การติดตามผลลัพธ์ของแคมเปญเป็นสิ่งสำคัญที่จะเรียนรู้และวัดประสิทธิภาพของการทำงาน คุณสามารถลองใช้คำและเครื่องมือต่างๆ เพื่อทดสอบว่าอะไรได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้วเลือกมาใช้

หากคุณกำลังลงทุนเกี่ยวกับการตลาดที่มีอิทธิพลคุณต้องมั่นใจก่อนว่าจะได้รับผลประโยชน์กับการลงทุนนั้น และสามารถต่อยอดธุรกิจคุณกับการทำการตลาดในรูปแบบนี้ได้อย่างแน่นอน

รับทำ SEO

Categories
สุขภาพ

วิ่งแล้วขาใหญ่จริงหรือ

การวิ่งนั้นถือว่าเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ง่าย ประหยัด ใครๆก็ทำได้ แต่ยังเป็นที่กังวลหวาดกลัวของ ผู้เริ่มออกกำลังกาย ใหม่ๆว่า วิ่งๆไปขาจะใหญ่น่องจะโต วันนี้เรามาไขปริษณากันว่าแท้จริงแล้ววิ่งแล้วทำให้ขาใหญ่จริงหรือไม่

เป็นที่ถกเถียงกันมานาน กับเรื่องน่องใหญ่หรือกล้ามเนื้อขาชัดขึ้นเมื่อวิ่งหนักๆซึ่งถ้าหากมองในมุมคนทั่วๆไปที่ไม่ได้คลุกคลีกับการออกกำลังกาย  ผู้เริ่มออกกำลังกาย หรือ ผู้ที่เริ่มลดน้ำหนักใหม่ๆก็จะมองว่ามันมีผลจริงๆ เพราะวิ่งๆไปทำไม๊ไมขามันแน่นขึ้นใหญ่ขึ้น ซึ่งความจริงแล้วมันอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างๆเล็กๆที่ทำให้คุณกลัวการวิ่งก็เป็นได้

ในเรื่องนี้ แพทย์หญิงเสาวนิตย์ กมลธรรม อธิบายไว้ว่า ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้อกังวล (ข้ออ้าง) ของสาวๆ กลัววิ่งไปซักระยะหนึ่งน่องอันสวยงามจะกลายเป็นกล้ามเนื้อก้อนแข็ง แต่ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า การออกกำลังใดๆ ที่ไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ จะไม่ทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มขนาด การวิ่งเป็นการใช้งานกล้ามเนื้อที่ละน้อยแต่บ่อยๆ นานๆ แบบนี้จะมีแต่ความเข็งแรง โดยไม่เพิ่มขนาดนอกจากนี้ แจ็ค เอช.วิลมอร์ จากสถาบันสุขภาพนักกีฬาแห่งชาติอเมริกา พบว่า วิ่งอาจเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อได้ถึงร้อยละ 44 โดยเกือบไม่มีการเพิ่มของขนาดเลย น่องที่ทู่ ตะโพกที่ใหญ่ พุงที่เกะกะ ต้นขาและแขนที่เทอะทะ เป็นผลจากการสะสมของไขมันในส่วนนั้นๆ การวิ่งเป็นการ รีด ไขมันอันวิเศษ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมนักวิ่งหญิงจึงมีรูปร่างเพรียวลม สมส่วน

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะกลัวว่า การวิ่งหรือการปั่นจักรยานมากๆ จะทำให้น่องโตเหมือนผู้ชาย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่าการเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อต้องอาศัยเพศชาย คือ Testosterone ผู้หญิงที่ออกกำลังกายจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น แต่มัดกล้ามเนื้อจะไม่ใหญ่ (Browne and Wilmor 1974) การออกกำลังกายจะทำให้ปริมาณไขมันที่แทรกอยู่ระหว่างมัดกล้ามเนื้อลดลงทำให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อมีความตึงแข็งขึ้น กว่าเดิมได้บ้าง แต่ถ้าหยุดออกกำลังกายเมื่อใด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดลงและมีไขมันมาแทรกมากขึ้น กล้ามเนื้อจะนุ่มลงคล้ายกับระยะก่อนออกกำลังกายได้ (การออกกำลังกายแบบใช้แรงเต็มที่ คือ อย่างที่นักเพาะกายทำกัน โดยการยกน้ำหนักมากๆ ค้าง ไว้นานๆ แบบนี้จะบริหารให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น) อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ชาเย็น-ชาเขียว-ชาไข่มุก ทำวัยรุ่นลงพุง ให้คุณหรือโทษ

กระแส ชานมไข่มุก และชาชนิดต่างๆเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในขณะนี้ โดยเห็นได้จากจำนวนร้านค้าชานมไข่มุกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ คุณค่าทางโภชนาการ ของเครื่องดื่มที่กำลังมาแรงในขณะนี้

นักวิชาการเตือน ชาไข่มุก ชาเย็น กาแฟเย็น เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้อ้วน โดยเฉพาะวัยรุ่นนิยมกันมากบางคนดื่มวันละ 3 แก้ว ทำน้ำหนักพุ่งและมีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐาน ชานมไข่มุก 1 แก้ว มิได้มีเพียงแต่น้ำชาเท่านั้น แต่ยังมีน้ำเชื่อม ครีมเทียม และไข่มุกเพิ่มขึ้นมา ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน 240 – 360 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 45 – 62 กรัม, ไขมัน 0 – 14 กรัม, โปรตีน 0.4 – 2 กรัม) ความแตกต่างของพลังงานและสารอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเชื่อมและครีมเทียมที่ใส่ลงไป

โดยไข่มุกที่อยู่ในชานมไข่มุกนั้น ผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งจัดอยู่ในอาหารหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาล โดยไข่มุก 30 กรัม ให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี่ ซึ่งพลังงานที่ได้จากการดื่มชานมไข่มุกใกล้เคียงกับการรับประทานก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 1 ชาม ที่ให้พลังงาน 326 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 41 กรัม, ไขมัน 8 กรัม, โปรตีน 21 กรัม) หรือเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลที่ได้รับจากชานมไข่มุกจะเท่ากับข้าว 3 – 4 ทัพพี

จริงอยู่ว่ามีการศึกษามากมายที่ระบุถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำชาเพื่อสุขภาพ เช่น สามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในหลอดเลือด และการมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของชาและความเข้มข้นในการบริโภค แต่การบริโภคชาเปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน คือ การดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ท้องผูก นอนไม่หลับ เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

พลังงานในของไหว้วันตรุษจีน หมวด ผลไม้

ผลไม้ที่ใช้ไหว้ในช่วง เทศกาลตรุษจีน นั้นให้พลังงานเท่าไหร่และแต่ละชนิดมีความหมายอย่างไร

หลังจากเราได้ทราบถึงความหมาย และพลังงานในของไหว้หมวดเนื้อสัตว์ไปแล้ว ถึงคราวหมวดของผลไม้กันบ้าง ถือว่าเป็นหมวดที่ดูจะเหมาะมากสำหรับคนที่อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก แถมการไหว้แต่ละครั้งจะมีผลไม้ต่างๆเหล่านี้เหลือเก็บไว้ในตู้เย็นไปอีกหลายสัปดาห์ เรามาทราบถึงความหมาย และพลังงานของผลไม้แต่ละชนิดกัน

ชนิด ความหมาย พลังงาน
สาลี่ เงินทองไหลมาเทมา 1 ผล ให้พลังงาน 51 kcal
กล้วยหอม เรียกเงินทองโชคลาภ 100 กรัม ให้พลังงาน 89 kcal อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ท่าออกกำลังกายลดต้นขา ยกกระชับก้น

ท่าออกกำลังกายที่ช่วยยกกระชับก้น และลดต้นขา หากทำต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ควบคู่การคุมอาหาร จะช่วยทำให้เรามีต้นขาและก้นในฝันได้โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมใดๆ เพราะการลดเฉพาะส่วนนั้นไม่สามารถทำได้จำเป็นจะต้อง ลดไขมันมวลรวมของร่างกาย

ถามกันมามากเรื่องท่าออกกำลังกายสำหรับการลดต้นขา อย่างที่บอกไปหลายๆครั้งเรื่องท่าบริหารต่างๆ ควรทำควบคู่กับการควบคุมอาหารและการการคาร์ดิโอ ทำอย่างใดอย่างนึงอย่างเดียวก็จะสำเร็จได้ยาก

เพราะความจริงก็คือเราไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้ จะต้อง ลดไขมันมวลรวมของร่างกาย โดยการลดการรับพลังงานส่วนเกิน ไขมัน และออกกำลังกายบริหารเพื่อกระชับสัดส่วนบริเวณที่มีปัญหา

ซึ่งท่าออกกำลังกายชุดนี้จะช่วยยกกระชับส่วนของก้น และต้นขา แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และคอยจดบันทึกจำนวนครั้งและสามารถเพิ่มน้ำหนักแรงต้านได้ตามความแข็งแรงของร่างกาย สำหรับมือใหม่อาจเล่นด้วยตัวเปล่าๆก่อน เมื่อพัฒนาและแข็งแรงพอจึงเพิ่มการถือขาวบรรจุน้ำ ดัมเบลหรือบาร์เบลได้ ข้อดีของการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาคือเราสามารถเผาผลาญพลังงานได้เยอะกว่าการบริหารส่วนอื่นๆของร่างกาย เนื่องจากขานั้นเป็นกล้ามเนื้อมัดที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายจึงใช้พลังงานในการออกแรงสูงกว่านั่นเอง

Plank Leg Lift
ทำ 12-15 ครั้ง/ข้าง 2-3 เชต

ท่านี้เหมือนได้สองต่อ ทั้งส่วนแกนกลางลำตัว หลังส่วนล่าง ก้น และต้นขา โดยเริ่มที่ท่า plank โดยตั้งลำตัวให้ตรง แขนงอเล็กน้อยไม่ ไม่โกงตัว หรือแอ่นหลัง จะได้ความรู้เกร็งที่แกนกลางลำตัว ขาตึงและเกร็งก้นไว้ ยกขาข้านึงขึ้นเป็นแนวตรง ค่อยๆทำช้าๆ เพราะจะได้ผลไม่ได้ผลอยู่ที่จังหว่ะการยก จะรู้สึกตึงที่โคนขาและต้นขา ค่อยๆวางลง ทำทีละข้างข้างละ 12-15 ครั้ง ครบสองข้างนับเป็น 1 เซต ขณะทำหายใจเข้าออกปรกติอย่ากลั้นหายใจ

Side Leg Lifts with Knee to Chest
ทำ 12-15 ครั้ง/ข้าง 2-3 เชต

ท่านี้ถือเป็นการออกเป็นชุด จะได้ส่วนของ ก้น ต้นขา และ เอว โดยเริ่มที่ท่านอนตะแคงมือจับที่ใบหูไม่ช้อนไม่กดต้นคอ แขนอีกข้างค้ำพื้นเป็นหลักไว้ จากนั้นยกขาที่อยู่ด้านบนขึ้นโดยให้กดปลายเท้างุ้มลงเพื่อเพิ่มการเกร็งกล้ามเนื้อ จากนั้นดึงเข่าเข้าหาหน้าอกให้ได้มากที่สุด แล้วถีบออกพร้อมยกขึ้นด้านบน แล้วค่อยๆวางขาลงสู่ท่าเริ่มต้น พยายามดึงจัวหว่ะให้ช้า เพื่อให้เกร็งกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ ทำทีละข้างข้างละ 12-15 ครั้ง ครบสองข้างนับเป็น 1 เซต ขณะทำหายใจเข้าออกปรกติอย่ากลั้นหายใจ อ่านเพิ่มเติม