Categories
สุขภาพ

โรคงูสวัด พันรอบตัวอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?

โรคงูสวัดมีสาเหตุมาจาก เชื้อ VZV ชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส หากผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส สัมผัสสารคัดหลั่งจากตุ่มน้ำจากผู้ป่วยโรคงูสวัดโดยตรง จะได้รับเชื้อ VZV และติดเป็นโรคอีสุกอีใส แต่ไม่ติดเป็นโรคงูสวัด เพราะโรคงูสวัดไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ไวรัส Varicella Zoster Virus ต่างหาก ที่จะสามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นที่ยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส ให้เป็นโรคอีสุกอีใสได้

โรคงูสวัด พันรอบตัวอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?
ความเชื่อที่ว่า หากงูสวัดพันรอบเอวแล้วจะทำให้เสียชีวิต เป็นความเชื่อผิด ๆ ไม่เป็นความจริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผื่นไม่สามารถพันรอบตัวเราจนครบรอบเอวได้ เพราะแนวเส้นประสาทของตัวเราจะมาสิ้นสุดที่บริเวณกึ่งกลางลำตัวเท่านั้น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ร่างกายอ่อนแอ เมื่ออาการของงูสวัดกำเริบขึ้น จะทำให้เกิดการลุกลามได้มากกว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงกว่า ดังนั้นในคนธรรมดาที่มีภูมิต้านทานปกติ งูสวัดจะไม่ลุกลามเกินแนวกึ่งกลางลำตัว และยังไม่มีรายงานว่า โรคงูสวัดสามารถทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้แต่อย่างใด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

โรคงูสวัดเป็นอย่างไร? พันรอบตัวถึงแก่ชีวิตจริงหรือ?

“โรคงูสวัด” เป็นหนึ่งโรคที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ส่วนใหญ่โรคที่เราคุ้นหูก็มักจะเป็นโรคไต โรคหัวใจ หรือมะเร็ง และส่วนมากมักจะเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับโรคงูสวัดที่ว่า “หากงูสวัดพันรอบเอวแล้วจะทำให้เสียชีวิต” วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคงูสวัดให้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของสาเหตุ อาการ และวิธีรักษา เกิดวันใดวันหนึ่งคุณหรือคนใกล้ตัวเกิดป่วยเป็นโรคงูสวัดขึ้นมา จะได้รับมือทัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันครับ

โรคงูสวัด คืออะไร?
โรคงูสวัด (Herpes Zoster, Shingles) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า (Varicella Zoster Virus: VZV) เชื้อไวรัสจะทำการซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาทต่างๆ ของร่างกาย แฝงตัวอย่างสงบเป็นเวลานานหลายปีถึงสิบๆ ปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำลง เกิดความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ไวรัสชนิดนี้จะทำการเพิ่มจำนวนทำให้เส้นประสาทอักเสบ เกิดการปวดตามแนวเส้นประสาท และปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนังตามแนวเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดตุ่มพองใสจนกลายเป็นโรคงูสวัด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

Recipes for every season and some for any season.

There are recipes to make right now while it’s cold (Cozy Mushroom White Bean Pot Pies, Sunshine Sweet Potato Curry), recipes that are ready for spring (Lemon Miso Spring Green Soup, Asparagus Snap Pea Pasta), and recipes that will have you (Cozy Mushroom and me!) looking forward to your summer farmers market haul (the most amazing Heirloom Tomato Fattoush salad, Creamy Sweet Corn Pappardelle). And a few that can be made any time of the year, like the Peanut Butter Snickerdoodles that you will just want to make every day.

And some sweet treats
The day you get your book, I suggest that you make the Flourless Almond Chocolate Chip Cookies (we constantly have a stash in our freezer), my all-time favorite Lemon Olive Oil Pistachio Cake, or the Vegan Date Brownies.

I truly hope you love this cookbook as much as I loved making it for you!

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

Here’s what else is in the cookbook:

Recipes you’ll only find in this cookbook – not on the blog!
This is not a print compilation of recipes that are on the blog – they’re all new! I created them specifically for this cookbook.

“Every day” recipes that are actually exciting.
The cookbook is filled with creative new recipes to expand your “every day” rotation. Recipes like Beet Muhammara Dip, Broccoli Rice Burritos, Zucchini Verde Vegan Enchiladas, Turmeric-Spiced Whole Roasted Cauliflower, and the best-everLemon Olive Oil Pistachio Cake are all part of my regular meal rotation now.

Handy Go-to Cooking guides
If you have our first cookbook, you’re probably familiar with the hummus, smoothie, and pesto charts that are at the back of the book. Everyone loved those (including me!), so I made more! Sprinkled throughout the book are visual charts and guides to show you how to make my favorite kitchen staples. Learn how to roast or grill any vegetable, how to make vegetable stock with whatever you have on hand, and more.

Inspiration to get creative in the kitchen!
Tired of your usual desk lunch? A giant grid of 5-ingredient salad dressings will have you devouring a new salad every day! All the dressings are wonderful to have on hand for throwing together quick meals. You’ll have a great time discovering other uses for them as well. Of course, the dressings are great to pep up your greens, but you’ll also love them on grain bowls or drizzled over roasted vegetables. As I created these dressings (and had a million dressings hanging around my fridge), I had tons of ideas of how to mix and match them to create new recipes. I hope these informative graphics spark that kind of kitchen joy for you too.

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

Categories
สุขภาพ

ทดสอบการแพ้อาหาร เช็กให้ชัวร์ก่อนกิน

แพ้อาหาร เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่เป็นผื่นตามตัว ท้องเสีย หายใจลำบาก ไปจนถึงขั้นเสียชีวิต โดยจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นการทดสอบการแพ้อาหาร (Oral Food Challenge Test) อย่างถูกวิธีกับแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันอาการ แพ้อาหาร หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่แพ้ได้อย่างถูกต้อง

รู้จักการทดสอบแพ้อาหาร
การทดสอบการแพ้อาหาร (Oral Food Challenge Test) คือ การให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่สงสัยว่าทำให้เกิดอาการแพ้ โดยให้ผู้ป่วยลองรับประทานอาหารที่สงสัยเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ เพื่อดูปฏิกิริยาการแพ้ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการยืนยันการวินิจฉัยโรคที่น่าเชื่อถือมากที่สุด แต่ผู้ป่วยอาจจะเกิดปฏิกิริยาการแพ้รุนแรงได้ระหว่างที่ทำการทดสอบจึงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้และต้องทำการทดสอบในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ ยา และเครื่องมือในการรักษาแบบครบครัน

อาหารชวนแพ้
อาหารที่มักเป็นสาเหตุการแพ้อาหาร ได้แก่
ไข่
ปลา
นม
ถั่วเหลือง
ถั่วลิสง
แป้งสาลีและกลูเต็น
สัตว์น้ำเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง ปู หอย หมึก ฯลฯ
ถั่วตระกูล Tree Nuts เช่น อัลมอนด์ วอลนัท มะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ ฯลฯ
ผักและผลไม้ อาจเกิดอาการแพ้ที่ริมฝีปากและในลำคอ
อาการแพ้อาหาร
ปฏิกิริยาอาการแพ้อาหาร (Food Allergy) แบ่งออกเป็น

ชนิดไม่เฉียบพลัน (Non – IgE – Mediated Food Allergy) เป็นกลุ่มที่มีอาการแบบล่าช้า ค่อย ๆ ปรากฏอาการหลายชั่วโมงหรือเป็นวันหลังจากรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว เช่น ผื่นเรื้อรัง โดยจะมีผื่นแดง คัน แห้ง ในเด็กมักจะเป็นบริเวณที่แก้มหรือข้อพับ ถ้าเป็นอาการที่ระบบทางเดินอาหาร เมื่อได้รับอาหารที่แพ้อาจถ่ายเป็นมูกเลือด อาเจียน และถ่ายเหลวรุนแรง
ชนิดเฉียบพลัน (IgE – Mediated Food Allergy) มีอาการตาบวม ปากบวม ผื่นลมพิษ หลอดลมตีบ ไอ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดท้อง อาเจียน โดยอาการจะเกิดขึ้นภายใน 30 นาที – 1 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหาร และมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้รุนแรงได้
ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) เป็นอาการแพ้ในระดับรุนแรงที่สุดและเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ ผื่นแดงตามผิวหนัง ลมพิษ คัน ผิวหนังแดงหรือซีด วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย

วิธีทดสอบการแพ้อาหาร
วิธีทดสอบอาการแพ้อาหาร (Oral Food Challenge) เบื้องต้น ได้แก่
การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Prick Tests) ผู้ป่วยต้องไม่มีอาการเจ็บป่วยอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนวันที่ทำการทดสอบ และงดรับประทานยาแก้แพ้ 1 สัปดาห์ ก่อนวันที่ทำการทดสอบ เมื่อทดสอบแล้วสามารถทราบผลได้ภายใน 15 – 20 นาที (ในกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรงจะสามารถทดสอบได้หลังจากมีอาการ 1 เดือน)
การตรวจเลือด (Blood Test For Specific IgE) ไม่ต้องงดยาแก้แพ้ก่อนการทดสอบ เมื่อทดสอบแล้วสามารถทราบผลได้ภายใน 3 – 5 วันทำการ โดยมีทั้งผลเป็นบวกและลบ
ผลเป็นบวก แพทย์อาจให้งดหรืออาจให้ทำทดสอบด้วยการรับประทานอาหาร (Oral Food Challenge) ตามความเหมาะสม (ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้อยู่ก่อนแล้วและต้องการรู้ว่าหายแพ้แล้วหรือไม่) และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา
ผลเป็นลบ อาจพิจารณาทำการทดสอบด้วยการรับประทานอาหาร (Oral Food Challenge)
ผู้ที่เหมาะกับการทดสอบแพ้อาหาร
ผู้ที่เคยทานอาหารได้ แต่ต่อมาถูกวินิจฉัยว่าแพ้อาหารและต้องการพิสูจน์ว่าแพ้หรือไม่
ผู้ที่เคยตรวจจากผลเลือดว่าแพ้อาหาร แต่ไม่มีอาการ
ผู้ที่เคยมีประวัติยืนยันว่าแพ้อาหาร แต่ต้องการรู้ว่าหายแล้วหรือยัง
ผู้ที่สงสัยว่าตนเองแพ้อาหาร แต่มีอาการแสดงไม่ชัดเจน

การแพ้อาหารอาจเกิดจากพันธุกรรมแต่กำเนิดหรือเพิ่งเกิดขึ้นตอนโตก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นการทดสอบการแพ้อาหารกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้มั่นใจก่อนเลือกรับประทานอาหารเข้าไปในร่างกายจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแพ้รุนแรง ไม่แนะนำให้ใช้ยาแก้แพ้ เพราะอาจทำให้ร่างกายแพ้รุนแรงกว่าเดิมได้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

Categories
สุขภาพ

เทคนิคป้องกันภูมิแพ้และหอบหืดในเด็ก

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด ในเด็กนั้นมีแนวโน้มมาจากพันธุกรรม ดังนั้นพ่อหรือแม่หรือทั้งพ่อและแม่ที่เป็นโรคภูมิแพ้มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้บุตรมีอาการของโรคภูมิแพ้ได้ แต่ยังโชคดีที่มีกระบวนการช่วยชะลอเวลาหรือป้องกันการเกิดอาการโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดในเด็กได้ถ้ารู้เท่าทัน

รู้ระวังป้องกันการแพ้อาหาร
โรคภูมิแพ้อาหารอาจส่งผลให้เกิดปัญหา เช่น ผิวหนังอักเสบ ไปจนถึงอาการแพ้ที่คุกคามต่อชีวิตได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ควรรู้ให้ทันเพื่อระวังป้องกันการแพ้อาหารให้กับเจ้าตัวเล็ก ได้แก่

ทารกที่มีพี่น้องหรือพ่อแม่ที่มีอาการแพ้อาหารมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแพ้อาหารได้ โดยจะแสดงอาการของโรคต่าง ๆ อาทิ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
ไม่ควรจํากัดการบริโภคอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ในช่วงระหว่างคุณแม่ตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตรเพื่อป้องกันการแพ้อาหารของเด็ก เพราะจากข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ในช่วงตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตรไม่ช่วยป้องกันการเกิดอาการแพ้อาหารของเด็ก
รู้จักอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ได้แก่ ถั่วลิสง ถั่วยืนต้น นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง แป้ง สาลี อาหารทะเล เป็นต้น ซึ่งควรค่อย ๆ ให้อาหารกับเจ้าตัวเล็กทีละอย่าง ในช่วง 4 – 6 เดือนแรก เมื่อเจ้าตัวเล็กสามารถรับอาหาร
ได้แล้ว ค่อย ๆ ให้อาหารประเภทปลาและถั่ว เพราะหากชะลอการให้อาหารประเภทนี้กับทารกช้าเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาโรคภูมิแพ้ได้
การให้นมแม่ช่วง 4 – 6 เดือนแรกหลังคลอดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับทารกได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยชะลอเวลาหรือป้องกันการเกิดโรคผิวหนังอักเสบ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เสียงวี้ดที่เกิดจากการตีบของหลอดลม และการแพ้นมวัว ซึ่งโอกาสที่นมแม่จะกระตุ้นให้เด็กเกิดอาการแพ้เป็นไปได้ยาก เพราะนมแม่ง่ายต่อการย่อยสลายและยังช่วยป้องกันการติดเชื้อในปอดที่กระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้ในระยะยาว
ทารกที่มีความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้อาหารและแม่ไม่สามารถให้นมเองได้ แนะนําให้ใช้นมผงสำหรับทารกประเภทไฮโดรไลซ์ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา นมนี้เป็นนมใช้สำหรับทารกที่จะเป็นหรือเป็นภูมิแพ้แล้ว (Hypoallergenic) ที่ใช้แทนนมวัวและนมถั่วเหลือง เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังและแพ้นมได้
เสริมผักผลไม้และธัญพืชสำหรับทารกระหว่าง 4 – 6 เดือน โดยสิ่งที่ควรเสริมคือ ผลไม้ (แอปเปิล ลูกแพร์ กล้วย) ผัก (ผักสีเขียว มันหวาน ฟักทอง และแครอท) และธัญพืช (ข้าวหรือข้าวโอ๊ต) เลือกทีละอย่างสลับกันไป และให้ได้ทุก ๆ 3 – 5 วันตามความเหมาะสมเพื่อเสริมความพร้อมในการพัฒนาของทารก วิธีนี้ช่วยให้พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงสามารถระบุประเภทของอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้อาหารได้
ปรึกษาแพทย์ทันทีหากเกิดอาการแพ้ เช่น โรคผิวหนังอักเสบชนิดปานกลางจนถึงชนิดรุนแรง หรือทารกที่มีพี่น้องแพ้ถั่วลิสง

รู้ระวังป้องกันภูมิแพ้สิ่งแวดล้อมและหอบหืด
เนื่องจากสสารในอากาศบางชนิดอาจทําให้เกิดอาการแพ้หรือโรคหอบหืดได้ ดังนั้นลดการสัมผัสโดยตรงกับสารก่อภูมิแพ้บางชนิดในช่วงแรกของชีวิตอาจช่วยชะลอเวลาหรือป้องกันอาการแพ้หรืออาการโรคหอบหืดได้ ดังนี้

1. ไรฝุ่น
มีการวิจัยที่บ่งบอกว่า อาการแพ้หรือโรคหอบหืดนั้นเกิดจากไรฝุ่น หากทราบว่าทารกมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคภูมิแพ้ ควรมีวิธีควบคุมไรฝุ่น อาทิ

หุ้มหมอนและที่นอนโดยใช้ผ้าที่มีซิปชนิดป้องกันโรคภูมิแพ้
นำเครื่องนอนมาซักด้วยน้ำร้อนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ควบคุมความชื้นภายในห้องให้ต่ำกว่า 50%
ควรนำพรมและเฟอร์นิเจอร์ออกจากห้องนอนของทารก
2. สัตว์เลี้ยงและอื่น ๆ
ความเชื่อมโยงระหว่างการคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงในวัยเด็กกับพัฒนาการของโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดนั้นค่อนข้างซับซ้อนและมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ก่อนหน้านี้เคยมีหลักฐานชี้ชัดว่า เด็กที่สัมผัสกับสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มที่จะพัฒนาอาการ โรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด ได้ แต่จากผลวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวและสุนัขอาจป้องกันเด็กจากการพัฒนาอาการโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด งานวิจัยใหม่ ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า เด็กที่โตในฟาร์มเลี้ยงสัตว์จะเกิดอาการโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดน้อยกว่าเด็กทั่วไป

3. ควันบุหรี่
สิ่งสําคัญที่สุดคือ ไม่ควรให้ทารกได้รับควันบุหรี่ทั้งช่วงก่อนคลอดและหลังคลอด รวมถึงการสูบบุหรี่ในระหว่างตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กมีภาวะหายใจเสียงวี้ด และการที่เด็กได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่นเป็นการกระตุ้นการพัฒนาของโรคหอบหืดและโรคทางเดินหายใจเรื้อรังประเภทอื่น ๆ

ทดสอบโรคภูมิแพ้
การทดสอบโรคภูมิแพ้โดยทั่วไปมีประสิทธิภาพสูง ทดสอบได้กับเด็กทุกเพศทุกวัย เมื่อผนวกกับความรู้ของแพทย์ผู้ชำนาญการด้านภูมิแพ้จะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถบอกว่าได้ว่าแพ้อะไรไม่แพ้อะไร

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเจ้าตัวเล็กหายใจมีเสียงวี้ดเมื่ออยู่ที่บ้านและไม่ทราบสาเหตุอาจไม่จําเป็นต้องกําจัดแมวที่บ้าน หากผลการทดสอบโรคภูมิแพ้ของเจ้าตัวเล็กแสดงให้เห็นว่าแพ้ไรฝุ่นไม่ใช่แพ้แมว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคภูมิแพ้สามารถพัฒนาแผนการรักษาเพื่อจัดการหรือขจัดอาการแพ้ของเจ้าตัวเล็กได้

หากเชื่อว่าเจ้าตัวเล็กมีอาการแพ้หรือโรคหอบหืด สิ่งสําคัญคือ การได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์เฉพาะทาง อย่างแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคภูมิแพ้และหอบหืด ซึ่งสามารถวินิจฉัยและรักษาโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันได้

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

Categories
สุขภาพ

ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดอาการแดงและอักเสบบนใบหน้า

แก้มแดงระเรื่อและผิวอมชมพูแลดูสุขภาพดีมิใช่เรื่องที่น่ากังวล แต่เมื่อใดที่ รอยแดงบนผิว เริ่มส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคุณ ถึงเวลาแล้วที่ต้องหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เพราะมีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลให้ ผิวอักเสบและเกิดอาการแดงได้ จึงควรเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาผิวในกรณีของคุณเองจะดีที่สุด

ปัจจัยใดที่อาจส่งผลให้เกิดอาการแดงและอักเสบของผิว?

สิว: หนึ่งในสาเหตุของอาการแดงบนใบหน้าที่พบได้ทั่วไปคือสิว บางครั้งเม็ดสิวอาจมีสีแดงจัดและเจ็บปวดเมื่อสัมผัส อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดรอยแดงบนผิวหลังสิวยุบตัวลงได้ โดยการเปลี่ยนแปลงของสีผิวดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ผิวชั้นลึกและโครงสร้างของผิวถูกทำลาย

สิวหน้าแดง (Rosacea): การศึกษาวิจัยพบว่าสิวหน้าแดงเป็นสาเหตุของอาการผิวแดงซึ่งพบบ่อยที่สุด ในลักษณะของอาการหน้าแดง ผิวแดงต่อเนื่องยาวนาน และหลอดเลือดมองเห็นเด่นชัด

ผิวบอบบางและอาการแพ้: ผิวบอบบางอาจเกิดอาการแดงได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับส่วนผสมที่ระคายเคือง สารก่อการระคายเคืองมีมากมายหลายชนิดนับตั้งแต่เครื่องสำอางประเภทต่างๆ ไปจนถึงผงซักฟอก ส่วนใหญ่แล้วการใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกันมักกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากผิว ดังนั้น อาการระคายเคืองหรือแสบผิวขณะใช้ผลิตภัณฑ์อาจเป็นปฏิกิริยาจากอาการแพ้ จึงควรปรึกษาแพทย์ทันที

ผิวอักเสบเรื้อรัง (Eczema): ผิวอักเสบเรื้อรังพบในบริเวณร่างกายเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในบริเวณใบหน้าได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ผิวอักเสบเรื้อรังมักมีอาการรุนแรงขึ้นเมื่อผิวแห้ง

อาหารรสเผ็ด อาหารและเครื่องดื่มร้อน: ใช่แล้ว อาหารที่มีรสเผ็ดอาจก่อให้เกิดอาการแดงบนใบหน้าได้! เช่นในกรณีของผู้ที่ไวต่อการตอบสนอง ซึ่งปฏิกิริยาจากอาหารและเครื่องดื่มอาจก่อให้เกิดอาการหน้าแดงขึ้น เนื่องจากอาหารบางชนิดมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณรอบ ในกรณีเช่นนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าอาการดังกล่าวมิใช่สัญญาณของอาการแพ้ที่รุนแรง

ปัจจัยกระตุ้นต่างๆ : หากคุณมีอาการสิวหน้าแดง หลายปัจจัยอาจกระตุ้นอาการแดงของคุณได้ การรักษาที่ดีที่สุดคือพยายามเข้าใจสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงในกรณีของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสกับแสงแดด ความเครียด การหักโหมออกกำลังกาย คาเฟอีน และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนม ซึ่งล้วนเป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถส่งผลให้เกิดการอักเสบบนใบหน้าได้

ปัจจัยเสี่ยงต่ออาการผิวแดงอักเสบเหล่านี้อาจทำให้คุณวิตกกังวล แต่ครั้งต่อไปที่คุณรู้สึกหรือมีอาการแดงปรากฏบนใบหน้า อย่าลืมตรวจสอบปัจจัยดังกล่าว เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่ก่อให้เกิดอาการแดงอักเสบบนใบหน้าของคุณ!

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

ยาคุมกำเนิด VS สิว ยาตัวไหนที่จะทำให้เกิดสิวอักเสบ

ยาคุมกำเนิด รักษาสิวได้จริงหรือไม่?

ยาคุมกำเนิด คือยาเม็ดที่ใช้กินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบชั่วคราว ตัวยาบางชนิดมีสรรพคุณที่สามารถช่วยลด ปัญหาสิวที่เกิดจากฮอร์โมนได้ด้วย

ยาคุมกำเนิดช่วยลดปัญหาสิวได้อย่างไร?

ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวคือ Testosterone หรือฮอร์โมนเพศชาย แต่ก็สามารถพบได้ในเพศหญิง หรือฮอร์โมนอื่นๆ ที่ทำหน้าที่คล้ายกัน ทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณให้ผิวหนังผลิตไขมันออกมามากเกินกว่าความต้องการ ซึ่งไขมันเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิว ในทางตรงกันข้าม Oestrogen หรือฮอร์โมนเพศหญิง เป็นส่วนประกอบสำคัญของยาคุมกำเนิด ซึ่งทำหน้าที่ไปถ่วงดุลฮอร์โมนทั้งสองประเภท ทำให้มีคุณสมบัติ ช่วยลดปัญหาสิวได้

Dianette หรือที่คนทั่วไปรู้จักว่า Diane 35 เป็นยาคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าตัวยาชนิดอื่น เพราะตัวยาที่ผสม Oestrogen เข้ากับตัวยาอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Cyproterone acetate ทำให้มีคุณสมบัติเฉพาะในการช่วยลดฮอร์โมน (Androgens) ที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาสิว และช่วยยับยั้งต่อมไขมันไม่ให้ผลิตไขมันออกมามากเกินความจำเป็น

ความแตกต่างของยาคุมกำเนิด

“ยาคุมกำเนิด” มีตัวยาที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ชั่วคราวและมีมากมายในท้องตลาด ดังนั้นการเลือกทานยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิวควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยและลดผลข้างเคียง เพื่อความสบายใจของทั้งคนไข้และแพทย์ผู้ให้การรักษา

ผลกระทบของยาคุมกำเนิดต่อผิวหนัง?

ถึงแม้ยาคุมกำเนิด Dianette มีตัวยาที่สามารถรักษาสิวได้ก็จริง แต่ผลเคียงข้างคือในช่วงแรกๆ ของการทานยา คนไข้อาจสังเกตุได้ว่าสิวอาจเห่อขึ้นมากกว่าเดิม

การใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิว ไม่ได้ความว่าแพทย์ทุกคนจะเลือกใช้ยาคุมกำเนิดเป็นอันดับแรก แต่จะต้องพิจารณาและ วินิจฉัยในหลายๆ ด้านประกอบกัน ควรจะเลือกใช้ครีมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเช่น ครีมสำหรับผิวแพ้ง่าย ครีมสำหรับหน้ามัน เป็นต้น

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

ผู้หญิง 5 ประเภทที่ผู้ชายไม่อยากแต่งงานด้วย เลิกซะถ้าไม่อยากขึ้นคาน

ไม่อยากขึ้นคาน แต่ความเชื่อหลายคนคิดว่าการที่ผู้ชายจะจีบผู้หญิงสักคนนั้นเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หนุ่มๆ เองก็เลือกเฟ้นสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับตนเองเช่นกัน เมื่อแรกรู้จัก ผู้หญิงอาจเก็บด้านร้ายๆ เอาไว้ซ่อนไม่ให้ผู้ชายรู้ แต่หากเขารู้ทีหลังขึ้นมา เขาอาจไม่ปลื้มก็เป็นได้ ดังนั้น หากไม่อยากกลายเป็นผู้หญิงที่เขาไม่อยากแต่งงานด้วย มาเช็กนิสัยชวนให้ขึ้นคานก่อนว่ามีอะไรบ้าง

1.ผู้หญิงจอมบังคับ
ผู้หญิงที่ชอบบังคับคนอื่น เป็นผู้หญิงแบบแรกที่ผู้ชายอยากหนีไปให้ไกล นั่นเป็นเพราะเธอทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง แม้เธอจะทำทุกอย่างด้วยความรัก แต่การบังคับให้เขาเปลี่ยนตัวเอง ทั้งเรื่องการแต่งตัว อาหารที่ชอบรับประทาน นานวันเข้า เขาอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาได้

2.ผู้หญิงความคิดร้ายๆ
ผู้หญิงที่มีความคิดร้ายๆ จัดได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายไม่อยากอยู่ใกล้ที่สุด เธอเหล่านั้นมักจะมองหาข้อผิดพลาดของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ที่แย่ไปกว่านั้นคือการซ้ำเติมจุดอ่อนแอของเขาอีกด้วย สำหรับคนที่นิสัยเช่นนี้ย่อมไม่มีใครอยากแต่งงานด้วยอย่างแน่นอน

3.ผู้หญิงชอบบริหารเสน่ห์
ผู้หญิงบางคนมั่นใจในความสวยและเสน่ห์ของตนเอง แต่คงไม่มีชายหนุ่มคนใดปลื้มแน่หากว่าเธอมัวแต่บริหารเสน่ห์ ทิ้งสายตาให้หนุ่มคนนั้นที คนนี้ที หากคบกันแล้วต้องคอยระแวงกันตลอดเวลามีแต่จะทำให้เป็นทุกข์เปล่าๆ

4.ผู้หญิงขี้หึง
ความขี้หึงคือสิ่งที่มีติดตัวผู้หญิงทุกคน การหึงหวงเล็ก ๆ น้อยๆ อาจเติมความสัมพันธ์ให้หวานกว่าเดิม ผู้ชายจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง แต่หากเมื่อใดก็ตามที่หึงเกินไปจนแฟนไม่สามารถมีเพื่อนผู้หญิงได้ บางครั้งแฟนหนุ่มขับรถไปส่งเพื่อนร่วมงานผู้หญิงก็จับประเด็นมาทะเลาะกันใหญ่โต หรือชอบแอบส่องเฟซบุ๊ก แอบเช็คโทรศัพท์ แบบนี้จะทำให้ผู้ชายเบื่อหน่ายและไม่อยากอยู่ใกล้ได้เลยทีเดียว และยังเป็นการบั่นทอนชีวิตรักอีกด้วย

5.ผู้หญิงที่ติดแฟน
สำหรับผู้หญิงแบบนี้เธอจะทำตัวติดกับแฟนตลอดเวลา ในช่วงแรกที่คบกันหนุ่ม ๆ อาจเป็นปลื้มที่คนรักคอยอยู่ใกล้ๆ เช่นนี้ แต่นานวันเข้าการอยู่ติดกันตลอดเวลาจะทำให้เขารำคาญเสียมากกว่า ทางที่ดีควรเว้นระยะห่างบ้าง และปล่อยให้คนรักของคุณไปทำในสิ่งที่อยากทำ

และนี่ก็คือผู้หญิง 5 ประเภทที่ผู้ชายไม่อยากแต่งงานด้วย สำหรับผู้หญิงคนใดที่ไม่อยากขึ้นคาน เป็นสาวโสดตลอดชีวิต ลองเช็คพฤติกรรมของคุณดูไหมว่าได้เผลอทำสิ่งเหล่านี้ไปบ้างหรือเปล่า หากเคยทำแล้วขอให้เลิกจะดีที่สุด คุณจะได้เป็นผู้หญิงที่ผู้ชายอยากใช้ทั้งชีวิตร่วมกับคุณ

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

5 อาหารแก้ท้องอืด กินบำบัดอาการท้องอืดง่ายๆ จากตัวยาธรรมชาติ

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นปัญหากวนใจหลายคนมาก ถ้าหากเกิดขึ้นภายหลังจากการทานอาหารอิ่มแล้ว ก็คงไม่เท่าไร แต่ถ้าเกิดในขณะที่กำลังทานอาหารอร่อยอยู่นั้นก็คงจะหมดอารมณ์ทันที เพราะนอกจากจะทานต่อไม่ได้แล้ว ยังปวดจุกแน่นจนเหมือนจะหายใจไม่ออกอีกด้วย ใครที่รู้ตัวว่าชอบเกิดปัญหานี้ขึ้นบ่อย ก็ควรทานอาหารต่อไปนี้ จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเลย

1.ใบกะเพรา
เชื่อว่าหลายคนคงรู้กันดีว่าใบกะเพรามีสรรพคุณในเรื่องของการรักษาโรคท้องอืดได้เป็นอย่างดี แต่จะให้ทานใบเข้าไปเฉยๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก สูตรนี้จึงให้นำใบกะเพราสด 1 กำมือมาต้มกับน้ำเดือด แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่ม หรือจะเอาใบกระเพราไปตากแห้ง แล้วมาชงน้ำดื่มก็ได้เช่นกัน ง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็ช่วยบรรเทาอาการอืดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีแค่ไหนก็ลองทำกันดู

2.น้ำมะนาว
น้ำมะนาวสามารถช่วยรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ เพราะกรดในมะนาวนั้น จะช่วยกระตุ้นให้ระบบย่อยอาการทำงานตามปกติ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการย่อยอาหารเร็วกว่าเดิม วิธีทานก็ไม่ยาก เพียงแค่บีบน้ำมะนาวใส่ลงในน้ำอุ่น หรือกาแฟดำแล้วจิบบ่อยๆ ก็หายแล้ว

3.มะละกอสุก
นอกจากจะช่วยในเรื่องของการขับถ่ายแล้ว มะละกอยังช่วยรักษาโรคท้องอืด ท้องเฟ้อได้เช่นกัน เพราะในมะละกอนั้นจะมีน้ำย่อยธรรมชาติ ที่จะช่วยย่อยอาหารและโปรตีนเก่าในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะช่วยให้อาการแน่นท้อง ปวดท้องอืดหายได้ในระยะเวลาไม่นานหลังทานเข้าไป

4.สัปปะรด
เคยสังเกตมั้ยว่า เมื่อใดก็ตามที่ทานเนื้อสัตว์มาก อย่างเช่นการทานหมูกระทะ หรือชาบู มักจะมีอาการท้องอืดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะเกิดจากการที่โปรตีนในเนื้อสัตว์ไม่ย่อยนั่นเอง การทานสัปปะรดตามเข้าไปจะช่วยเข้าไปย่อยโปรตีนให้มีโมเลกุลเล็กลง จึงทำให้เนื้อสัตว์สามารถย่อยได้ง่ายมากขึ้น และนอกจากนี้สัปปะรดยังช่วยในการชำระล้างไขมันที่เกาะอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

5.ขิง
แน่นอนว่า หากนึกถึงสมุนไพรไทยที่ช่วยรักษาอาการท้องอืดได้เป็นอย่างดี ต้องมีขิงอยู่ในตัวเลือกด้วย เพราะขิงมีฤทธิ์ร้อน ที่จะช่วยขับลมที่มากเกินไปในช่องท้องออกจากร่างกาย และยังช่วยย่อยอาหารที่ตกค้างภายในกระเพาะ ซึ่งจะบรรเทาการแน่นท้อง จุกเสียดได้ในเวลาอันรวดเร็ว

เท่านี้ก็สามารถจัดการกับอาการท้องอืดได้ไม่ยาก ใครที่ท้องอืดบ่อยก็ลองเลือกทานอาหารเหล่านี้กันดู แล้วอาการท้องอืดจะหายไปอย่างง่ายดายแน่นอน แถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย เพราะฉะนั้นห้ามพลาดเด็ดขาด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa