Categories
สุขภาพ

เครียด ปัญหารุมเร้า ไปจัดดอกไม้กันดีกว่า

เครียด ปัญหารุมเร้า ไป จัดดอกไม้ กันดีกว่า
ช่วงนี้ใครกำลังรู้สึกว่าปัญหาหนักหน่วงหรือเครียดเรื้อรัง มีวิธีคลายเครียดง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้านมาฝากกันค่ะ นั่นก็คือการจัดดอกไม้ แต่ไม่ใช่การจัดดอกไม้ธรรมดานะคะ การจัดดอกไม้แนวนี้มีชื่อว่า การจัดดอกไม้แบบโคริงกะ ซึ่งเราได้รับเชิญจาก Flowering Mind ให้เข้าร่วมเวิร์กช็อปที่จัดแบบส่วนตัวสุดๆ เวิร์กช็อปนี้ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มเป็นเวิร์กช็อปที่ใช้ธรรมชาติในการบำบัดความเครียดและความทุกข์ต่างๆ ที่น่าแปลกใจคือหลังจากทำเสร็จ เรารู้สึกถึงพลังใจที่ได้กลับคืนมาจริงๆ

อะไรคือการจัดดอกไม้แบบโคริงกะ
คุณจุ๊ จุฑารัตน์ พรมณีสุนทร ช่างภาพและผู้นำเวิร์กช็อปในครั้งนี้
คุณจุ๊ จุฑารัตน์ พรมณีสุนทร ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ผู้หันมามีความหลงใหลในการจัดดอกไม้แบบโคริงกะ และเป็นเจ้าของสตูดิโอ Flowering mind ได้เล่าให้เราฟังว่า การจัดดอกไม้แบบโคริงกะเป็นการจัดดอกไม้ที่ถือว่าเป็นธรรมชาติบำบัดอย่างหนึ่ง โคริงกะ แปลว่า วงแหวนแห่งแสงสว่าง ปรัชญาของโคริงกะจึงให้ความสำคัญกับธรรมชาติโดยไม่มีอคติ อคติที่เกิดจากความทรงจำหรือกรอบความคิดเดิมๆ ที่เกิดจากความคาดหวัง เปรียบเทียบ ตัดสิน เช่น ความชอบหรือไม่ชอบในดอกไม้ชนิดต่างๆให้วางก่อน เพราะปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ทำให้มองไม่เห็นความงามที่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ปรัชญาของโคริงกะ คือ การมองเห็นความงามของธรรมชาติตามความเป็นจริง เปิดโอกาสให้ตัวเองได้สื่อสารกับดอกไม้และให้ดอกไม้ได้สื่อสารกับเรา

คุณหมู พลพัฒน์ อัศวะประภา หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป
การจัดดอกไม้แบบโคริกะกับคุณค่าทางใจ และการบำบัดความเครียด
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จากประสบการณ์ในการจัดดอกไม้หนึ่งวันในวันนั้น ทำให้เราได้รู้ว่าที่จริงแล้วตัวเราเองมีความเครียดสะสม รู้ได้อย่างไรเหรอคะ ดูได้จากดอกไม้ที่เราเลือกนั่นเองค่ะ การจัดดอกไม้แบบโคริงกะ เป็นเหมือนกับการที่เราได้คุยกับตัวเอง เป็นทั้งศิลปะบำบัดและธรรมชาติบำบัด “การ จัดดอกไม้ ทำให้เราได้เปิดมุมมองต่อธรรมชาติ รู้สึกผ่อนคลาย ถือเป็นงานศิลปะที่สะท้อนจิตใจของผู้จัด เป็นการทำความเชื่อมโยงกันระหว่างเรากับธรรมชาติ ซึ่ทำให้เราสามารถดึงสัญชาตญาณความงามในตัวเราออกมาได้” คุณจุ๊ เล่าให้ฟังถึงความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสกับการจัดดอกไม้แบบโคริงกะ “พลังของธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นจิตวิญญาณส่วนลึกในใจเรา ช่วยยกระดับจิตวิญญาณโดยที่เราไม่รู้ตัว ถ้ายังไม่มีโอกาสได้มาเวิร์กช็อป ก็ลองให้ตัวเองได้มีโอกาสสัมผัสหรือเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบๆ ตัวหรือต้นไม้ที่มีอยู่ ก็จะช่วยให้เรามีพลังขึ้นได้”
หนึ่งดอกก็สวยแล้ว
“ดอกเดียวก็สวยหรือกิ่งเดียวก็สวยได้ ถ้าอยากจะผสมผสานพืชก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องใช้หลายชนิดเกินไป เพราะชนิดเดียวก็แสดงความงามได้ดีมากแล้ว” คุณจุ๊แนะนำสำหรับคนที่อยากลองเริ่มจัดดอกไม้แบบโคริงกะด้วยตัวเอง วิธีง่ายๆ คือให้ลองหาพื้นที่ในบ้านที่เราต้องการจัด ลองดูว่าในพื้นที่นั้นเรารู้สึกว่าอยากวางดอกไม้ที่มีความรู้สึกแบบไหน เมื่อดูพื้นที่แล้ว ให้เดินสำรวจดอกไม้หรือวัชพืชหน้าบ้านหรือในบ้าน ใช้ความรู้สึกในการเลือกดอกไม้ที่อยากนำมาจัดในพื้นที่ที่วางไว้ ให้ดอกไม้และความรู้สึกของเราเชื่อมโยงกัน คุณจุ๊แนะนำว่า “เราต้องมองว่าดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่มองเป็นวัตถุ” เมื่อได้ดอกไม้มาแล้ว ให้เลือกภาชนะที่จะใส่โดยใช้ความรู้สึกในการเลือกเช่นกัน เมื่อได้ดอกไม้ใส่ภาชนะมาวางลงบนพื้นที่ที่อยากได้ ก็เริ่มใช้ความรู้สึกในการเชื่อมโยงดอกไม้กับตัวเรา จากนั้นถ้าอยากได้ดอกไม้เพิ่มก็สามารถค่อยๆ เติมได้

if you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

4 สิ่งที่ควรทำเมื่อ รู้สึกอยากยอมแพ้

เมื่อไรก็ตามที่เราพบกับความล้มเหลว รู้สึกอยากยอมแพ้ ไม่ประสบความสำเร็จ หรือพบเจอกับปัญหาที่ค่อนข้างยาก แน่นอนว่าเป็นธรรมดาที่เรามักรู้สึกอยากยอมแพ้และหันหลังให้ จนทำให้อาจเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ มีเคล็ดลับดีๆ มาเป็นตัวช่วยในวันที่รู้สึกว่าอยากยอมแพ้มาฝาก เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคน
พูดกับตัวเองดีๆ ด้วยคำพูดที่ให้กำลังใจและให้พลัง

เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกว่าอยากยอมแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในใจสาวๆ รู้สึกเหนื่อย ท้อ แน่นอนว่าความคิดที่เข้ามามักจะเป็นเรื่องของคำสั่ง สั่งให้ตัวเองต้องทำแบบนั้นแบบนี้ อยากให้ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ จากคำสั่งเป็นเรื่องของการแนะนำในทางที่เห็นว่าง่ายกว่า และสามารถเกิดขึ้นได้จริง และเมื่องานที่ทำสำเร็จอย่าลืมชมตัวเองด้วยนะคะ เพื่อจะได้มีกำลังใจในการทำสิ่งอื่นๆ ในอนาคต

ลิสต์ถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น
เป็นกันหรือเปล่าคะเวลาจะทำอะไรสักอย่างที่รู้สึกยาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงาน การใช้ชีวิต งานอดิเรกที่อยากทำ เริ่มแรกเรามักจะรู้สึกไม่อยากทำ มองไม่เห็นช่องทางว่าจะทำมันสำเร็จได้อย่างไร เช่น การออกกำลังกาย หลายคนเริ่มท้อตั้งแต่คิดจะเริ่มทำ หรือรู้สึกว่าไม่มีทางจะทำได้ แต่หากเราคิดถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นการลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ว่าถ้าทำแบบนี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อให้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น จะช่วยให้สาวๆ รู้สึกมีกำลังใจทำในสิ่งนั้นมากขึ้น และอยากให้คิดเสมอว่า เราทำสิ่งนี้เพียงแค่ 1-2 ชั่วโมง แต่สิ่งที่ตามมามันจะมีค่ามากกว่านั้น และส่งผลในระยะยาวต่อตัวเองเป็นอย่างดีเลย

เชื่อว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันต้องดีแน่นอน
หลายครั้งที่เราอยากยอมแพ้ อยากให้สาวๆ มองว่า การที่เราตั้งใจทำอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าผลลัพธ์มันต้องออกมาคุ้มค่ากับความเหนื่อยที่เราเสียไปอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับหากเราตั้งใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องงานของเรา หรือทุ่มเทความสามารถใส่ใจลงรายละเอียดกับงานที่ทำ สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเป็นความสำเร็จอย่างแน่นอน แต่หลายคนจะเริ่มยอมแพ้เมื่อต้องเจอกับอุปสรรค ถ้านึกภาพไม่ออก ลองใช้หาภาพความสำเร็จในแบบที่ตัวเองต้องการ หรือเป้าหมายมาแปะไว้ในที่ที่เราเห็นบ่อยๆ เพื่อเรียกพลังและกำลังใจในวันที่ท้อ

คิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต
การที่เราแพ้บ้าง ชนะบ้าง ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว มันคือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต และไม่อยากให้จมอยู่กับความล้มเหลวสิ่งที่เกิดขึ้นนาน ปล่อยวางและพยายามก้าวต่อไป อย่าปล่อยให้ความล้มเหลวที่เจอมาส่งผลกระทบต่องานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พยายามมองโลกตามความเป็นจริง และเรียนรู้ปรับตัวที่จะอยู่กับสิ่งนั้นให้ได้ จากนั้นก็ให้ก้าวต่อไปเพื่อความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น

ไม่ว่าจะทำอะไร งานจะยากหรือง่าย ถ้าเรามีกำลังใจที่ดี ไม่ยอมแพ้กับอุปสรรคที่เข้ามา จะทำให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านจนไปถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จได้

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

ปั๊มพ์หัวใจถูกวิธี กู้ชีวีก่อนส่งแพทย์

เมื่อคนเรา หมดสติ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากโรคที่เกี่ยวกับหัวใจจนทำให้ไม่มีเลือดไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆพอ หรือจากสาเหตุอื่นๆนั้น 2 สิ่งสำคัญคือ “ยังมีลมหายใจ” และ “หัวใจยังเต้น” ซึ่งจะเป็น 2 สิ่งที่ทำให้ชีวิตยังคงอยู่

ฉะนั้นหลัก “การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน” จึงเน้นไปที่ 2 อย่างนี้ ซึ่งคนที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้น และภาวะหยุดหายใจนั้น หากได้รับการช่วยชีวิตพื้นฐานอย่างถูกต้องและทันท่วงทีก่อนนำส่งแพทย์ ก็ยังมีโอกาสฟื้นกลับมามีชีวิตปกติได้
เมื่อเราพบคนสลบ เป็นลม หมดสติไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนใกล้ตัว หรือใครก็ตาม มีขั้นตอนต่างๆที่ต้องทำต่อไปนี้

เรียกดูว่าหมดสติจริงหรือไม่?
ตบแรงๆที่ไหล่ เรียกดังๆว่ายังมีสติหรือไม่ อย่าขยับร่างกายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น

เรียกหาความช่วยเหลือ
เรียกคนใกล้เคียงมาช่วยเหลือ เช่นอาจให้อีกคนให้โทรเรียก 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนเรียกรถพยาบาลได้ทุกจังหวัด โดยรายงานรายละเอียด ผู้ป่วยและสถานที่ที่เกิดเหตุให้ครบ (ก่อนลงมือช่วยชีวิตให้ดูว่าสถานที่นั้นปลิดภัยต่อการทำ CPR ) ส่วนอีกคนลงมือช่วยชีวิตเบื้องต้น และอีกคนประเมินโดยดูการเคลื่อนไหวของทรวงอก และหน้าท้องว่ามีการยกตัวขึ้นหรือไม่ หรือ หายใจหรือไม่ และเอียงหูของผู้ช่วยเหลือเข้าไปใกล้บริเวณจมูกและปากของผู้ป่วย ว่าได้ยินเสียงอากาศผ่านออกมาทางจมูกหรือปากหรือไม่

จัดท่าให้พร้อมสำหรับการช่วยชีวิต
จัดท่าให้ผู้ หมดสติ นอนหงายบนพื้นราบและแข็ง แขนสองข้างเหยียดข้างลำตัว ไม่บิดไปมา

หาตำแหน่งวางมือบนหน้าอก
ถ้าผู้หมดสติไม่ไอ ไม่หายใจ ไม่ขยับ หัวใจหยุดเต้น ไม่มีสัญญาณชีพ ให้วางสันมือข้างหนึ่งที่ครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก แล้วนำมืออีกข้างวางทาบไปบนมือแรก แล้วกดหน้าอกทันที แต่ระวังอย่ากดถูกกระดูกซี่โครงซึ่งอาจหักได้ (ถ้าเป็นทารกไม่เกิน 1 ขวบ ให้ใช้เพียง 2 นิ้วคือนิ้วชี้กับนิ้วกลาง กดกลางหน้าอกใต้ราวนมเล็กน้อย)

กดหน้าอก 30 ครั้ง
เป้าหมายเพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือดยังทำงาน แม้หัวใจจะหยุดเต้น โดยกดให้ยุบลงราว 2 นิ้ว (หรือ 1.5 นิ้วสำหรับทารก) แล้วปล่อย กดแล้วปล่อย ทำติดต่อกัน 30 ครั้ง ให้ได้ความถี่อย่างน้อย 100 ถึง 120 ครั้งต่อนาที หรือราววินาทีละ 2 ครั้ง

เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง
ดันหน้าผากผู้หมดสติลงเบาๆพร้อมประคองยกคางขึ้น เพื่อเป็นการเปิดลมหายใจให้โล่ง

ช่วยหายใจ
เป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลา 1 วินาทีเต็ม โดยต้องเห็นผนังทรวงอกผู้หมดสติขยับขึ้นจากการเป่าลมนั้น
กดหน้าอก 30 ครั้ง สลับการเป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง กดหน้าอก 30 ครั้ง โดยหยุดกดหน้าอกไม่เกิน 10 วินาที

ทั้งหมดนี้ ให้ทำจนกระทั่งผู้หมดสติมีความเคลื่อนไหว หรือไอ หรือมีบุคลากรทางการแพทย์มารับช่วงต่อ หรือมีผู้นำเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) มาถึง ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักในตอนหน้าต่อไป

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

Categories
สุขภาพ

เดินวิ่งสายพานตรวจหัวใจ เป็นอย่างไร ใครควรทำ

จากบทความ “สงสัยเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจ รีบไปหาหมอ อย่ารอนาน” จะขอเจาะลึกรายละเอียดของการเดินสายพานทดสอบสมรรถภาพหัวใจหรือ Exercise Stress Test (EST) สักหน่อยในบทความนี้
ปัจจุบันจะเห็นว่า เมื่อไปตามโรงพยาบาลต่างๆ จะมีโปรแกรมการตรวจเดินสายพาน มักจะมีคำถามเกี่ยวกับการเดินสายพานอยู่บ่อยครั้ง ว่าเป็นอย่างไร ทำไปทำไม หลักการคืออะไร รู้ผลตรวจแล้วจะทำอะไรต่อไป
หลักการ
เป็นการกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เหมือนการออกกำลังกาย เมื่อมีการกระตุ้นหัวใจให้มากขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจก็ต้องการเลือดมาเลี้ยงหัวใจมากขึ้น ผู้ที่เป็น โรคหลอดเลือดหัวใจ ตีบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะมีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยมาก พร้อมทั้งมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ บ่งชี้ว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
เดินไหวหรือเปล่า
การเดินสายพานนั้น จะดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าเหมาะสมหรือไม่ ไม่มีโรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อต่างๆ เนื่องจากการตรวจโดยการเดินสายพาน ผู้ป่วยต้องสามารถเดินได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่เป็นโรคหัวใจที่รุนแรงอยู่ก่อน เช่น โรคลิ้นหัวใจตีบ รั่ว โรคเส้นเลือดโป่งพอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือการนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติบางอย่าง หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นอันตรายในการตรวจ และไม่สามารถแปรผลได้ ส่วนใหญ่กลุ่มที่มาตรวจเดินสายพาน จะเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงเต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเป็นโรคอยู่แล้ว ผ่าตัด By Pass หรือทำการขยายบอลลูนไปแล้ว แล้วมีอาการกลับมาเป็นอีก ก็จะใช้วิธีนี้ทดสอบ

ข้อบ่งชี้
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีอาการเหนื่อยง่าย แน่นอกเวลาออกแรงทั้งที่มีและไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งผลการตรวจอื่นๆ ไม่สามารถบอกได้ว่ามีเส้นเลือดหัวใจตีบ ความไว (sensivity)ในการตรวจEST ประมาณ 60-70% และความเฉพาะ (specificity)ของ EST ประมาณ 70-80% การที่ความแม่นยำในการตรวจไม่ได้เต็มร้อยเนื่องจากว่าหลอดเลือดหัวใจมีหลายเส้น เมื่อมีเส้นที่ตีบ ก็จะมีการนำเลือดจากเส้นเลือดอื่นมาช่วยเลี้ยงส่งผลให้การตรวจเป็นปกติ ถ้าสงสัยต้องส่งตรวจอย่างอื่นต่อไป
การตรวจเดินสายพานทำอย่างไร
ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ควรซ้อมเดินเร็ว เพื่อให้สามารถทำได้ครบตามโปรแกรม และแปลผลได้ ให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ แนะนำให้ทานยาโรคหัวใจตามปกติ อย่าทานอาหารหนักมาก เพราะเมื่อทำการวิ่งจะมีอาการจุก พาญาติมาด้วย เมื่อเตรียมพร้อม ก็จะทำการติดอุปกรณ์การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจบริเวณหน้าอก แขนและขา หลังจากนั้นก็จะให้ยืน เพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แล้วจึงขึ้นลู่วิ่ง โดยให้วิ่งบนพื้นราบ แล้วปรับความชันตามโปรแกรม ซึ่งโปรแกรมนั้นอาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเดินสายพานได้นานขึ้น และแปรผลได้ โดยการเดินจะเร็วขึ้น และสูงขึ้นทุก 3 นาที จะมีการวัดความดันโลหิต และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 ลีด และทำไปเรื่อยๆ จน 85% ของอัตราการเต้นสูงสุดของผู้ป่วยตามเกณฑ์อายุ เมื่อครบตามเป้าหมายแล้ว เครื่องก็จะค่อยๆ เบาลงและหยุดภายใน 30-60 วินาที และจะทำการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อ จนครบ 5 นาที ทั้งนี้ ยกเว้นบางรายที่มีอาการ หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ แพทย์ก็จะให้หยุดก่อน
การแปลผล
แปลผลได้เป็น 4 แบบคือ แปลผลไม่ได้เนื่องจากเดินได้ไม่เต็มที่ ปกติ ก้ำกึ่งไม่แน่ใจเนื่องจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน และผิดปกติพบหลักฐานกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
ทำอย่างไรต่อ
หลังรู้ผลตรวจอายุรแพทย์โรคหัวใจจะแนะนำตรวจติดตามหรือส่งตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องCoronary CT angiography ในรายที่ผลตรวจก้ำกึ่ง และส่งตรวจหลอดเลือดหัวใจโดยการฉีดสีผ่านสายสวนในรายที่พบความผิดปกติ

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

โรคงูสวัด พันรอบตัวอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?

โรคงูสวัดมีสาเหตุมาจาก เชื้อ VZV ชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส หากผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส สัมผัสสารคัดหลั่งจากตุ่มน้ำจากผู้ป่วยโรคงูสวัดโดยตรง จะได้รับเชื้อ VZV และติดเป็นโรคอีสุกอีใส แต่ไม่ติดเป็นโรคงูสวัด เพราะโรคงูสวัดไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ไวรัส Varicella Zoster Virus ต่างหาก ที่จะสามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นที่ยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส ให้เป็นโรคอีสุกอีใสได้

โรคงูสวัด พันรอบตัวอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?
ความเชื่อที่ว่า หากงูสวัดพันรอบเอวแล้วจะทำให้เสียชีวิต เป็นความเชื่อผิด ๆ ไม่เป็นความจริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผื่นไม่สามารถพันรอบตัวเราจนครบรอบเอวได้ เพราะแนวเส้นประสาทของตัวเราจะมาสิ้นสุดที่บริเวณกึ่งกลางลำตัวเท่านั้น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ร่างกายอ่อนแอ เมื่ออาการของงูสวัดกำเริบขึ้น จะทำให้เกิดการลุกลามได้มากกว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงกว่า ดังนั้นในคนธรรมดาที่มีภูมิต้านทานปกติ งูสวัดจะไม่ลุกลามเกินแนวกึ่งกลางลำตัว และยังไม่มีรายงานว่า โรคงูสวัดสามารถทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้แต่อย่างใด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

โรคงูสวัดเป็นอย่างไร? พันรอบตัวถึงแก่ชีวิตจริงหรือ?

“โรคงูสวัด” เป็นหนึ่งโรคที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ส่วนใหญ่โรคที่เราคุ้นหูก็มักจะเป็นโรคไต โรคหัวใจ หรือมะเร็ง และส่วนมากมักจะเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับโรคงูสวัดที่ว่า “หากงูสวัดพันรอบเอวแล้วจะทำให้เสียชีวิต” วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคงูสวัดให้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของสาเหตุ อาการ และวิธีรักษา เกิดวันใดวันหนึ่งคุณหรือคนใกล้ตัวเกิดป่วยเป็นโรคงูสวัดขึ้นมา จะได้รับมือทัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันครับ

โรคงูสวัด คืออะไร?
โรคงูสวัด (Herpes Zoster, Shingles) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า (Varicella Zoster Virus: VZV) เชื้อไวรัสจะทำการซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาทต่างๆ ของร่างกาย แฝงตัวอย่างสงบเป็นเวลานานหลายปีถึงสิบๆ ปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำลง เกิดความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ไวรัสชนิดนี้จะทำการเพิ่มจำนวนทำให้เส้นประสาทอักเสบ เกิดการปวดตามแนวเส้นประสาท และปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนังตามแนวเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดตุ่มพองใสจนกลายเป็นโรคงูสวัด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

Recipes for every season and some for any season.

There are recipes to make right now while it’s cold (Cozy Mushroom White Bean Pot Pies, Sunshine Sweet Potato Curry), recipes that are ready for spring (Lemon Miso Spring Green Soup, Asparagus Snap Pea Pasta), and recipes that will have you (Cozy Mushroom and me!) looking forward to your summer farmers market haul (the most amazing Heirloom Tomato Fattoush salad, Creamy Sweet Corn Pappardelle). And a few that can be made any time of the year, like the Peanut Butter Snickerdoodles that you will just want to make every day.

And some sweet treats
The day you get your book, I suggest that you make the Flourless Almond Chocolate Chip Cookies (we constantly have a stash in our freezer), my all-time favorite Lemon Olive Oil Pistachio Cake, or the Vegan Date Brownies.

I truly hope you love this cookbook as much as I loved making it for you!

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

Categories
สุขภาพ

Here’s what else is in the cookbook:

Recipes you’ll only find in this cookbook – not on the blog!
This is not a print compilation of recipes that are on the blog – they’re all new! I created them specifically for this cookbook.

“Every day” recipes that are actually exciting.
The cookbook is filled with creative new recipes to expand your “every day” rotation. Recipes like Beet Muhammara Dip, Broccoli Rice Burritos, Zucchini Verde Vegan Enchiladas, Turmeric-Spiced Whole Roasted Cauliflower, and the best-everLemon Olive Oil Pistachio Cake are all part of my regular meal rotation now.

Handy Go-to Cooking guides
If you have our first cookbook, you’re probably familiar with the hummus, smoothie, and pesto charts that are at the back of the book. Everyone loved those (including me!), so I made more! Sprinkled throughout the book are visual charts and guides to show you how to make my favorite kitchen staples. Learn how to roast or grill any vegetable, how to make vegetable stock with whatever you have on hand, and more.

Inspiration to get creative in the kitchen!
Tired of your usual desk lunch? A giant grid of 5-ingredient salad dressings will have you devouring a new salad every day! All the dressings are wonderful to have on hand for throwing together quick meals. You’ll have a great time discovering other uses for them as well. Of course, the dressings are great to pep up your greens, but you’ll also love them on grain bowls or drizzled over roasted vegetables. As I created these dressings (and had a million dressings hanging around my fridge), I had tons of ideas of how to mix and match them to create new recipes. I hope these informative graphics spark that kind of kitchen joy for you too.

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

Categories
สุขภาพ

ทดสอบการแพ้อาหาร เช็กให้ชัวร์ก่อนกิน

แพ้อาหาร เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่เป็นผื่นตามตัว ท้องเสีย หายใจลำบาก ไปจนถึงขั้นเสียชีวิต โดยจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นการทดสอบการแพ้อาหาร (Oral Food Challenge Test) อย่างถูกวิธีกับแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันอาการ แพ้อาหาร หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่แพ้ได้อย่างถูกต้อง

รู้จักการทดสอบแพ้อาหาร
การทดสอบการแพ้อาหาร (Oral Food Challenge Test) คือ การให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่สงสัยว่าทำให้เกิดอาการแพ้ โดยให้ผู้ป่วยลองรับประทานอาหารที่สงสัยเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ เพื่อดูปฏิกิริยาการแพ้ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการยืนยันการวินิจฉัยโรคที่น่าเชื่อถือมากที่สุด แต่ผู้ป่วยอาจจะเกิดปฏิกิริยาการแพ้รุนแรงได้ระหว่างที่ทำการทดสอบจึงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้และต้องทำการทดสอบในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ ยา และเครื่องมือในการรักษาแบบครบครัน

อาหารชวนแพ้
อาหารที่มักเป็นสาเหตุการแพ้อาหาร ได้แก่
ไข่
ปลา
นม
ถั่วเหลือง
ถั่วลิสง
แป้งสาลีและกลูเต็น
สัตว์น้ำเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง ปู หอย หมึก ฯลฯ
ถั่วตระกูล Tree Nuts เช่น อัลมอนด์ วอลนัท มะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ ฯลฯ
ผักและผลไม้ อาจเกิดอาการแพ้ที่ริมฝีปากและในลำคอ
อาการแพ้อาหาร
ปฏิกิริยาอาการแพ้อาหาร (Food Allergy) แบ่งออกเป็น

ชนิดไม่เฉียบพลัน (Non – IgE – Mediated Food Allergy) เป็นกลุ่มที่มีอาการแบบล่าช้า ค่อย ๆ ปรากฏอาการหลายชั่วโมงหรือเป็นวันหลังจากรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว เช่น ผื่นเรื้อรัง โดยจะมีผื่นแดง คัน แห้ง ในเด็กมักจะเป็นบริเวณที่แก้มหรือข้อพับ ถ้าเป็นอาการที่ระบบทางเดินอาหาร เมื่อได้รับอาหารที่แพ้อาจถ่ายเป็นมูกเลือด อาเจียน และถ่ายเหลวรุนแรง
ชนิดเฉียบพลัน (IgE – Mediated Food Allergy) มีอาการตาบวม ปากบวม ผื่นลมพิษ หลอดลมตีบ ไอ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดท้อง อาเจียน โดยอาการจะเกิดขึ้นภายใน 30 นาที – 1 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหาร และมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้รุนแรงได้
ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) เป็นอาการแพ้ในระดับรุนแรงที่สุดและเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ ผื่นแดงตามผิวหนัง ลมพิษ คัน ผิวหนังแดงหรือซีด วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย

วิธีทดสอบการแพ้อาหาร
วิธีทดสอบอาการแพ้อาหาร (Oral Food Challenge) เบื้องต้น ได้แก่
การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Prick Tests) ผู้ป่วยต้องไม่มีอาการเจ็บป่วยอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนวันที่ทำการทดสอบ และงดรับประทานยาแก้แพ้ 1 สัปดาห์ ก่อนวันที่ทำการทดสอบ เมื่อทดสอบแล้วสามารถทราบผลได้ภายใน 15 – 20 นาที (ในกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรงจะสามารถทดสอบได้หลังจากมีอาการ 1 เดือน)
การตรวจเลือด (Blood Test For Specific IgE) ไม่ต้องงดยาแก้แพ้ก่อนการทดสอบ เมื่อทดสอบแล้วสามารถทราบผลได้ภายใน 3 – 5 วันทำการ โดยมีทั้งผลเป็นบวกและลบ
ผลเป็นบวก แพทย์อาจให้งดหรืออาจให้ทำทดสอบด้วยการรับประทานอาหาร (Oral Food Challenge) ตามความเหมาะสม (ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้อยู่ก่อนแล้วและต้องการรู้ว่าหายแพ้แล้วหรือไม่) และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา
ผลเป็นลบ อาจพิจารณาทำการทดสอบด้วยการรับประทานอาหาร (Oral Food Challenge)
ผู้ที่เหมาะกับการทดสอบแพ้อาหาร
ผู้ที่เคยทานอาหารได้ แต่ต่อมาถูกวินิจฉัยว่าแพ้อาหารและต้องการพิสูจน์ว่าแพ้หรือไม่
ผู้ที่เคยตรวจจากผลเลือดว่าแพ้อาหาร แต่ไม่มีอาการ
ผู้ที่เคยมีประวัติยืนยันว่าแพ้อาหาร แต่ต้องการรู้ว่าหายแล้วหรือยัง
ผู้ที่สงสัยว่าตนเองแพ้อาหาร แต่มีอาการแสดงไม่ชัดเจน

การแพ้อาหารอาจเกิดจากพันธุกรรมแต่กำเนิดหรือเพิ่งเกิดขึ้นตอนโตก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นการทดสอบการแพ้อาหารกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้มั่นใจก่อนเลือกรับประทานอาหารเข้าไปในร่างกายจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแพ้รุนแรง ไม่แนะนำให้ใช้ยาแก้แพ้ เพราะอาจทำให้ร่างกายแพ้รุนแรงกว่าเดิมได้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

Categories
สุขภาพ

เทคนิคป้องกันภูมิแพ้และหอบหืดในเด็ก

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด ในเด็กนั้นมีแนวโน้มมาจากพันธุกรรม ดังนั้นพ่อหรือแม่หรือทั้งพ่อและแม่ที่เป็นโรคภูมิแพ้มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้บุตรมีอาการของโรคภูมิแพ้ได้ แต่ยังโชคดีที่มีกระบวนการช่วยชะลอเวลาหรือป้องกันการเกิดอาการโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดในเด็กได้ถ้ารู้เท่าทัน

รู้ระวังป้องกันการแพ้อาหาร
โรคภูมิแพ้อาหารอาจส่งผลให้เกิดปัญหา เช่น ผิวหนังอักเสบ ไปจนถึงอาการแพ้ที่คุกคามต่อชีวิตได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ควรรู้ให้ทันเพื่อระวังป้องกันการแพ้อาหารให้กับเจ้าตัวเล็ก ได้แก่

ทารกที่มีพี่น้องหรือพ่อแม่ที่มีอาการแพ้อาหารมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแพ้อาหารได้ โดยจะแสดงอาการของโรคต่าง ๆ อาทิ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
ไม่ควรจํากัดการบริโภคอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ในช่วงระหว่างคุณแม่ตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตรเพื่อป้องกันการแพ้อาหารของเด็ก เพราะจากข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ในช่วงตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตรไม่ช่วยป้องกันการเกิดอาการแพ้อาหารของเด็ก
รู้จักอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ได้แก่ ถั่วลิสง ถั่วยืนต้น นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง แป้ง สาลี อาหารทะเล เป็นต้น ซึ่งควรค่อย ๆ ให้อาหารกับเจ้าตัวเล็กทีละอย่าง ในช่วง 4 – 6 เดือนแรก เมื่อเจ้าตัวเล็กสามารถรับอาหาร
ได้แล้ว ค่อย ๆ ให้อาหารประเภทปลาและถั่ว เพราะหากชะลอการให้อาหารประเภทนี้กับทารกช้าเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาโรคภูมิแพ้ได้
การให้นมแม่ช่วง 4 – 6 เดือนแรกหลังคลอดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับทารกได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยชะลอเวลาหรือป้องกันการเกิดโรคผิวหนังอักเสบ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เสียงวี้ดที่เกิดจากการตีบของหลอดลม และการแพ้นมวัว ซึ่งโอกาสที่นมแม่จะกระตุ้นให้เด็กเกิดอาการแพ้เป็นไปได้ยาก เพราะนมแม่ง่ายต่อการย่อยสลายและยังช่วยป้องกันการติดเชื้อในปอดที่กระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้ในระยะยาว
ทารกที่มีความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้อาหารและแม่ไม่สามารถให้นมเองได้ แนะนําให้ใช้นมผงสำหรับทารกประเภทไฮโดรไลซ์ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา นมนี้เป็นนมใช้สำหรับทารกที่จะเป็นหรือเป็นภูมิแพ้แล้ว (Hypoallergenic) ที่ใช้แทนนมวัวและนมถั่วเหลือง เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังและแพ้นมได้
เสริมผักผลไม้และธัญพืชสำหรับทารกระหว่าง 4 – 6 เดือน โดยสิ่งที่ควรเสริมคือ ผลไม้ (แอปเปิล ลูกแพร์ กล้วย) ผัก (ผักสีเขียว มันหวาน ฟักทอง และแครอท) และธัญพืช (ข้าวหรือข้าวโอ๊ต) เลือกทีละอย่างสลับกันไป และให้ได้ทุก ๆ 3 – 5 วันตามความเหมาะสมเพื่อเสริมความพร้อมในการพัฒนาของทารก วิธีนี้ช่วยให้พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงสามารถระบุประเภทของอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้อาหารได้
ปรึกษาแพทย์ทันทีหากเกิดอาการแพ้ เช่น โรคผิวหนังอักเสบชนิดปานกลางจนถึงชนิดรุนแรง หรือทารกที่มีพี่น้องแพ้ถั่วลิสง

รู้ระวังป้องกันภูมิแพ้สิ่งแวดล้อมและหอบหืด
เนื่องจากสสารในอากาศบางชนิดอาจทําให้เกิดอาการแพ้หรือโรคหอบหืดได้ ดังนั้นลดการสัมผัสโดยตรงกับสารก่อภูมิแพ้บางชนิดในช่วงแรกของชีวิตอาจช่วยชะลอเวลาหรือป้องกันอาการแพ้หรืออาการโรคหอบหืดได้ ดังนี้

1. ไรฝุ่น
มีการวิจัยที่บ่งบอกว่า อาการแพ้หรือโรคหอบหืดนั้นเกิดจากไรฝุ่น หากทราบว่าทารกมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคภูมิแพ้ ควรมีวิธีควบคุมไรฝุ่น อาทิ

หุ้มหมอนและที่นอนโดยใช้ผ้าที่มีซิปชนิดป้องกันโรคภูมิแพ้
นำเครื่องนอนมาซักด้วยน้ำร้อนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ควบคุมความชื้นภายในห้องให้ต่ำกว่า 50%
ควรนำพรมและเฟอร์นิเจอร์ออกจากห้องนอนของทารก
2. สัตว์เลี้ยงและอื่น ๆ
ความเชื่อมโยงระหว่างการคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงในวัยเด็กกับพัฒนาการของโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดนั้นค่อนข้างซับซ้อนและมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ก่อนหน้านี้เคยมีหลักฐานชี้ชัดว่า เด็กที่สัมผัสกับสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มที่จะพัฒนาอาการ โรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด ได้ แต่จากผลวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวและสุนัขอาจป้องกันเด็กจากการพัฒนาอาการโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด งานวิจัยใหม่ ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า เด็กที่โตในฟาร์มเลี้ยงสัตว์จะเกิดอาการโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดน้อยกว่าเด็กทั่วไป

3. ควันบุหรี่
สิ่งสําคัญที่สุดคือ ไม่ควรให้ทารกได้รับควันบุหรี่ทั้งช่วงก่อนคลอดและหลังคลอด รวมถึงการสูบบุหรี่ในระหว่างตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กมีภาวะหายใจเสียงวี้ด และการที่เด็กได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่นเป็นการกระตุ้นการพัฒนาของโรคหอบหืดและโรคทางเดินหายใจเรื้อรังประเภทอื่น ๆ

ทดสอบโรคภูมิแพ้
การทดสอบโรคภูมิแพ้โดยทั่วไปมีประสิทธิภาพสูง ทดสอบได้กับเด็กทุกเพศทุกวัย เมื่อผนวกกับความรู้ของแพทย์ผู้ชำนาญการด้านภูมิแพ้จะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถบอกว่าได้ว่าแพ้อะไรไม่แพ้อะไร

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเจ้าตัวเล็กหายใจมีเสียงวี้ดเมื่ออยู่ที่บ้านและไม่ทราบสาเหตุอาจไม่จําเป็นต้องกําจัดแมวที่บ้าน หากผลการทดสอบโรคภูมิแพ้ของเจ้าตัวเล็กแสดงให้เห็นว่าแพ้ไรฝุ่นไม่ใช่แพ้แมว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคภูมิแพ้สามารถพัฒนาแผนการรักษาเพื่อจัดการหรือขจัดอาการแพ้ของเจ้าตัวเล็กได้

หากเชื่อว่าเจ้าตัวเล็กมีอาการแพ้หรือโรคหอบหืด สิ่งสําคัญคือ การได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์เฉพาะทาง อย่างแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคภูมิแพ้และหอบหืด ซึ่งสามารถวินิจฉัยและรักษาโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันได้

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet