Categories
สุขภาพ

วิ่งแล้วขาใหญ่จริงหรือ

การวิ่งนั้นถือว่าเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ง่าย ประหยัด ใครๆก็ทำได้ แต่ยังเป็นที่กังวลหวาดกลัวของ ผู้เริ่มออกกำลังกาย ใหม่ๆว่า วิ่งๆไปขาจะใหญ่น่องจะโต วันนี้เรามาไขปริษณากันว่าแท้จริงแล้ววิ่งแล้วทำให้ขาใหญ่จริงหรือไม่

เป็นที่ถกเถียงกันมานาน กับเรื่องน่องใหญ่หรือกล้ามเนื้อขาชัดขึ้นเมื่อวิ่งหนักๆซึ่งถ้าหากมองในมุมคนทั่วๆไปที่ไม่ได้คลุกคลีกับการออกกำลังกาย  ผู้เริ่มออกกำลังกาย หรือ ผู้ที่เริ่มลดน้ำหนักใหม่ๆก็จะมองว่ามันมีผลจริงๆ เพราะวิ่งๆไปทำไม๊ไมขามันแน่นขึ้นใหญ่ขึ้น ซึ่งความจริงแล้วมันอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างๆเล็กๆที่ทำให้คุณกลัวการวิ่งก็เป็นได้

ในเรื่องนี้ แพทย์หญิงเสาวนิตย์ กมลธรรม อธิบายไว้ว่า ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้อกังวล (ข้ออ้าง) ของสาวๆ กลัววิ่งไปซักระยะหนึ่งน่องอันสวยงามจะกลายเป็นกล้ามเนื้อก้อนแข็ง แต่ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า การออกกำลังใดๆ ที่ไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ จะไม่ทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มขนาด การวิ่งเป็นการใช้งานกล้ามเนื้อที่ละน้อยแต่บ่อยๆ นานๆ แบบนี้จะมีแต่ความเข็งแรง โดยไม่เพิ่มขนาดนอกจากนี้ แจ็ค เอช.วิลมอร์ จากสถาบันสุขภาพนักกีฬาแห่งชาติอเมริกา พบว่า วิ่งอาจเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อได้ถึงร้อยละ 44 โดยเกือบไม่มีการเพิ่มของขนาดเลย น่องที่ทู่ ตะโพกที่ใหญ่ พุงที่เกะกะ ต้นขาและแขนที่เทอะทะ เป็นผลจากการสะสมของไขมันในส่วนนั้นๆ การวิ่งเป็นการ รีด ไขมันอันวิเศษ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมนักวิ่งหญิงจึงมีรูปร่างเพรียวลม สมส่วน

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะกลัวว่า การวิ่งหรือการปั่นจักรยานมากๆ จะทำให้น่องโตเหมือนผู้ชาย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่าการเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อต้องอาศัยเพศชาย คือ Testosterone ผู้หญิงที่ออกกำลังกายจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น แต่มัดกล้ามเนื้อจะไม่ใหญ่ (Browne and Wilmor 1974) การออกกำลังกายจะทำให้ปริมาณไขมันที่แทรกอยู่ระหว่างมัดกล้ามเนื้อลดลงทำให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อมีความตึงแข็งขึ้น กว่าเดิมได้บ้าง แต่ถ้าหยุดออกกำลังกายเมื่อใด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดลงและมีไขมันมาแทรกมากขึ้น กล้ามเนื้อจะนุ่มลงคล้ายกับระยะก่อนออกกำลังกายได้ (การออกกำลังกายแบบใช้แรงเต็มที่ คือ อย่างที่นักเพาะกายทำกัน โดยการยกน้ำหนักมากๆ ค้าง ไว้นานๆ แบบนี้จะบริหารให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น) อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ชาเย็น-ชาเขียว-ชาไข่มุก ทำวัยรุ่นลงพุง ให้คุณหรือโทษ

กระแส ชานมไข่มุก และชาชนิดต่างๆเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในขณะนี้ โดยเห็นได้จากจำนวนร้านค้าชานมไข่มุกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ คุณค่าทางโภชนาการ ของเครื่องดื่มที่กำลังมาแรงในขณะนี้

นักวิชาการเตือน ชาไข่มุก ชาเย็น กาแฟเย็น เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้อ้วน โดยเฉพาะวัยรุ่นนิยมกันมากบางคนดื่มวันละ 3 แก้ว ทำน้ำหนักพุ่งและมีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐาน ชานมไข่มุก 1 แก้ว มิได้มีเพียงแต่น้ำชาเท่านั้น แต่ยังมีน้ำเชื่อม ครีมเทียม และไข่มุกเพิ่มขึ้นมา ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน 240 – 360 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 45 – 62 กรัม, ไขมัน 0 – 14 กรัม, โปรตีน 0.4 – 2 กรัม) ความแตกต่างของพลังงานและสารอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเชื่อมและครีมเทียมที่ใส่ลงไป

โดยไข่มุกที่อยู่ในชานมไข่มุกนั้น ผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งจัดอยู่ในอาหารหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาล โดยไข่มุก 30 กรัม ให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี่ ซึ่งพลังงานที่ได้จากการดื่มชานมไข่มุกใกล้เคียงกับการรับประทานก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 1 ชาม ที่ให้พลังงาน 326 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 41 กรัม, ไขมัน 8 กรัม, โปรตีน 21 กรัม) หรือเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลที่ได้รับจากชานมไข่มุกจะเท่ากับข้าว 3 – 4 ทัพพี

จริงอยู่ว่ามีการศึกษามากมายที่ระบุถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำชาเพื่อสุขภาพ เช่น สามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในหลอดเลือด และการมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของชาและความเข้มข้นในการบริโภค แต่การบริโภคชาเปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน คือ การดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ท้องผูก นอนไม่หลับ เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

พลังงานในของไหว้วันตรุษจีน หมวด ผลไม้

ผลไม้ที่ใช้ไหว้ในช่วง เทศกาลตรุษจีน นั้นให้พลังงานเท่าไหร่และแต่ละชนิดมีความหมายอย่างไร

หลังจากเราได้ทราบถึงความหมาย และพลังงานในของไหว้หมวดเนื้อสัตว์ไปแล้ว ถึงคราวหมวดของผลไม้กันบ้าง ถือว่าเป็นหมวดที่ดูจะเหมาะมากสำหรับคนที่อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก แถมการไหว้แต่ละครั้งจะมีผลไม้ต่างๆเหล่านี้เหลือเก็บไว้ในตู้เย็นไปอีกหลายสัปดาห์ เรามาทราบถึงความหมาย และพลังงานของผลไม้แต่ละชนิดกัน

ชนิด ความหมาย พลังงาน
สาลี่ เงินทองไหลมาเทมา 1 ผล ให้พลังงาน 51 kcal
กล้วยหอม เรียกเงินทองโชคลาภ 100 กรัม ให้พลังงาน 89 kcal อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

ท่าออกกำลังกายลดต้นขา ยกกระชับก้น

ท่าออกกำลังกายที่ช่วยยกกระชับก้น และลดต้นขา หากทำต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ควบคู่การคุมอาหาร จะช่วยทำให้เรามีต้นขาและก้นในฝันได้โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมใดๆ เพราะการลดเฉพาะส่วนนั้นไม่สามารถทำได้จำเป็นจะต้อง ลดไขมันมวลรวมของร่างกาย

ถามกันมามากเรื่องท่าออกกำลังกายสำหรับการลดต้นขา อย่างที่บอกไปหลายๆครั้งเรื่องท่าบริหารต่างๆ ควรทำควบคู่กับการควบคุมอาหารและการการคาร์ดิโอ ทำอย่างใดอย่างนึงอย่างเดียวก็จะสำเร็จได้ยาก

เพราะความจริงก็คือเราไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้ จะต้อง ลดไขมันมวลรวมของร่างกาย โดยการลดการรับพลังงานส่วนเกิน ไขมัน และออกกำลังกายบริหารเพื่อกระชับสัดส่วนบริเวณที่มีปัญหา

ซึ่งท่าออกกำลังกายชุดนี้จะช่วยยกกระชับส่วนของก้น และต้นขา แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และคอยจดบันทึกจำนวนครั้งและสามารถเพิ่มน้ำหนักแรงต้านได้ตามความแข็งแรงของร่างกาย สำหรับมือใหม่อาจเล่นด้วยตัวเปล่าๆก่อน เมื่อพัฒนาและแข็งแรงพอจึงเพิ่มการถือขาวบรรจุน้ำ ดัมเบลหรือบาร์เบลได้ ข้อดีของการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาคือเราสามารถเผาผลาญพลังงานได้เยอะกว่าการบริหารส่วนอื่นๆของร่างกาย เนื่องจากขานั้นเป็นกล้ามเนื้อมัดที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายจึงใช้พลังงานในการออกแรงสูงกว่านั่นเอง

Plank Leg Lift
ทำ 12-15 ครั้ง/ข้าง 2-3 เชต

ท่านี้เหมือนได้สองต่อ ทั้งส่วนแกนกลางลำตัว หลังส่วนล่าง ก้น และต้นขา โดยเริ่มที่ท่า plank โดยตั้งลำตัวให้ตรง แขนงอเล็กน้อยไม่ ไม่โกงตัว หรือแอ่นหลัง จะได้ความรู้เกร็งที่แกนกลางลำตัว ขาตึงและเกร็งก้นไว้ ยกขาข้านึงขึ้นเป็นแนวตรง ค่อยๆทำช้าๆ เพราะจะได้ผลไม่ได้ผลอยู่ที่จังหว่ะการยก จะรู้สึกตึงที่โคนขาและต้นขา ค่อยๆวางลง ทำทีละข้างข้างละ 12-15 ครั้ง ครบสองข้างนับเป็น 1 เซต ขณะทำหายใจเข้าออกปรกติอย่ากลั้นหายใจ

Side Leg Lifts with Knee to Chest
ทำ 12-15 ครั้ง/ข้าง 2-3 เชต

ท่านี้ถือเป็นการออกเป็นชุด จะได้ส่วนของ ก้น ต้นขา และ เอว โดยเริ่มที่ท่านอนตะแคงมือจับที่ใบหูไม่ช้อนไม่กดต้นคอ แขนอีกข้างค้ำพื้นเป็นหลักไว้ จากนั้นยกขาที่อยู่ด้านบนขึ้นโดยให้กดปลายเท้างุ้มลงเพื่อเพิ่มการเกร็งกล้ามเนื้อ จากนั้นดึงเข่าเข้าหาหน้าอกให้ได้มากที่สุด แล้วถีบออกพร้อมยกขึ้นด้านบน แล้วค่อยๆวางขาลงสู่ท่าเริ่มต้น พยายามดึงจัวหว่ะให้ช้า เพื่อให้เกร็งกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ ทำทีละข้างข้างละ 12-15 ครั้ง ครบสองข้างนับเป็น 1 เซต ขณะทำหายใจเข้าออกปรกติอย่ากลั้นหายใจ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

สารพันถั่วและเมล็ดพืช ของว่างทรงพลังของคนลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนัก ที่ถูกวิธีนั้นไม่ใช่การอดหรือการงดอาหาร แต่เป็นการเลือกอาหารที่ดี ในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งคือเรื่องของคุณค่าทางอาหารและโภชนาการในสิ่งที่เราเลือกรับประทาน โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มให้พลังงาน เพราะร่างกายยังต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนระบบต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกแรงทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และไปออกกำลังกาย ล้วนแล้วแต่ใช้พลังงานทั้งสิ้น แล้วจะเลือกแหล่งพลังงานอย่างไรให้มีประโยชน์? ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆคือคำตอบที่ดีที่สุด

ถั่วกับประโยชน์ที่พลาดไม่ได้
เวลาพูดถึงถั่ว ทุกคนคงปรามาสว่า “กินถั่วนี่นะจะผอมได้ไง พลังงานเยอะไขมันก็เยอะจะตาย” ซึ่งเป็นความจริง ถั่วทุกชนิดให้พลังงานและไขมันสูง เพียงแต่…ถั่วยังนำมาพาประโยชน์อีกหลายๆอย่าง ที่ดีต่อ การลดน้ำหนักของคุณด้วย เช่น ถั่วและเมล็ดพืชนั้นมีใยอาหารสูง และอุดมไปด้วยโปรตีน และแร่ธาตุมากมาย ทานแล้วอิ่มได้นาน แถมไขมันในถั่วยังเป็นไขมันชนิดดี (mono and polyunsaturated fat) ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ และถั่วบางขนิดมีโอเมกา 3 ด้วย ซึ่งเจ้าไขมันดีเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญช่วยบำรงและส่งเสริมสุขภาพการทำงานของหัวใจได้เป็นอย่างดี ช่วยในการลดไขมัน สำหรับแร่ธาตุและวิตมิน ถั่วและเมล็ดพืชนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้ง วิตามิน E, โฟเลต, แมงกานีส และ ซีลีเนียม ที่ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมี ซิงค์ แม็กนิเซียม และวิตามิน B ที่ถือเป็นแร่ธาติที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย จึงทำให้ ถั่วและเมล็ดพืชเหล่านี้ถูกแนะนำให้เป็น “สุดยอดของว่างสำหรับคนรักสุขภาพเลยทีเดียว”

เลือกถั่วอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์และไม่ทำให้อ้วน
จริงอยู่ถั่วนั่นมีประโยชน์มากมาย แต่ถั่วและเมล็ดพืชเหล่านี้ให้พลังงานสูง และด้วยที่ถั่วนั้นเคี้ยวมัน เคี้ยวเพลิน ทำให้เผลอทานมากจนได้รับพลังงานเกินจำเป็นได้ง่าย ดังนั้นการรับประทานถั่วแต่ละครั้งจำเป็นต้องเลือกและกำหนดประมาณให้ทานcต่พอเหมาะพอดี จะได้ประโยชน์มากกว่า วิธีการเลือกถั่วให้ได้ประโยชน์สูงสุดมีดังนี้

เลือกรสธรรมชาติไม่ใส่เกลือ
หากคุณกำลังลดน้ำหนักให้เลือกถั่วที่เป็นรสชาติธรรมชาติ ไม่ปรุงรสด้วยเกลือ จะดีที่สุด เพราะเกลือมีผลต่อความดันเลือด นอกจากนี้รสชาติเค็มๆมันๆนี่เองที่ทำให้เราเกิดอาการเบรคแตกกินเพลินจนลืมตัว ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท คิดอยู่เสมอว่า ถั่วที่กินแล้วหยุดยากให้กินแต่ปริมาณน้อยๆ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

พลังงานในของหวานแห่งเทศกาลมะม่วง

หน้าร้อนแบบนี้ร้านอาหารร้านขนมมักออกเมนูที่มีมะม่วงมาเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะของหวาน ใน เทศกาลมะม่วง ดังนั้นก่อนจะดื่มด่ำกับเมนูมะม่วงจานโปรดควรจะทราบถึงพลังงานคร่าวๆกันก่อน

ทำม๊ายทำไมเมื่อหน้าร้อนมาถึง ร้านอาหาร ร้านขนมหวานต่างๆ ต้องออกเมนูมะม่วงมาประชันกัน เรียกได้ว่า เดินห้างไหนก็เหลืองระรานตาไปหมด ด้วยสาเหตุเพราะความหอมหวานชื่นใจของมะม่วงไทย และเป็นช่วงที่มะม่วงออกผลผลิตมากจึงทำให้ร้านอาหารต่างๆคิดค้นสูตรขนมมะม่วงมาเอาใจคนรักของหวานกันแบบไม่ยอมกัน

ประโยชน์ของมะม่วง กับ เทศกาลมะม่วง
มะม่วงเป็นผลไม้ที่ทนิยมทานกันทั้งสุกและดิบ เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน มะม่วงที่นิยมทานกันแบบดิบก็ได้แก่ พันธุ์เขียวเสวยหรือฟ้าลั่น มะม่วงที่มีรสเปรี้ยวที่ทานคู่กับน้ำปลาหวานหรือจิ้มพริกเกลือ ได้แก่ มะม่วงหนังกลางวัน มะม่วงแรด มะม่วงแก้ว แต่ที่ฮอทฮิตประจำหน้าร้อนแบบนี้คงหนีไม่พ้นมะม่วงสุก อย่าง มะม่วงมหาชนก มะม่วงน้ำดอกไม้ และมะม่วงอกร่องทอง นอกจากนี้ยังมีมะม่วงอีกลายๆสายพันธ์ที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกด้วย

สารอาหารในมะม่วง
มะม่วงไม่เพียงแต่อร่อย แต่มะม่วงนั้นยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย มีวิตามินซีสูงที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ป้องกันหวัด ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โดยจะพบมากในมะม่วงดิบ ส่วนมะม่วงสุกจะมีเบตาเคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีวิตามินอีที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกายอีกด้วย มะม่วงถือเป็นผลไม้ที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง มะม่วงดิบจะมีคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูปของแป้ง เมื่อเริ่มสุกแป้งเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกลุ่มของ กลูโคส ฟรักโทส และซูโคส ซึ่งดูดซึมเร็วจึงทำให้มีผลกับระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ลดน้ำหนัก จำเป็นต้องควบคุมปริมาณในการทานมะม่วงสุกให้เหมาะสม นอกจากนี้มะม่วงยังมีโพทัสเซี่ยม ที่ช่วยลดความดันโลหิต มีกากใยสูงทำให้ขับถ่ายได้สะดวก และมีเอนไซม์ในการย่อยโปรตีนที่ช่วยลดอาการแน่นท้อง ท้องเฟ้อได้ อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

บอกลาขาเบียด ด้วยท่าออกกำลังกายด้วยเก้าอี้

ปัญหาขาใหญ่ ขาเบียดเรื่องกลุ้มใจของใครหลายคน ส่องกระจกทีไร ร้องไห้หนักมาก แต่เชื่อไหมแค่เก้าอี้ตัวเดียวกับวินัยในการเลือกทานและออกกำลังกาย ช่วยบายขาเบียดได้
โอ้โห่ส่องกระจกแล้วปวดใจ ร้องไห้หนักมาก กับเรื่องต้นขา  หลายคนคงมี ปัญหาขาใหญ่ ขาเบียด เป็นปมทิ่มแทงใจ หาสารพัดวิธีมาบรรเทาและลดปมด้อยลง แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่พอใจซักที เพราะอยากขายาว ขาเรียว ขาเล็กเหมือนไอดอลกะเค้าบ้าง

ลดเฉพาะส่วนทำได้ไหม
ซึ่งความจริงที่โหดร้ายก็คือ การลดเฉพาะส่วนนั้นทำให้สำเร็จได้ยาก เพราะสรีระ พวกต้นแขน ต้นขา ความสูง ลักษณะรูปร่าง เป็นเรื่องของ พันธุกรรม พ่อแม่ ปู่ ย่า ตายายเรามีรูปร่างอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น การคุมอาหารและการออกกำลังกายสามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักและไขมันลงช่วยปรับเปลี่ยนรูปร่างโดยรวมทั้งหมดของร่างกายให้เล็กลง กระชับขึ้น ซึ่งนั้นหมายถึงสส่วนที่มีปัญหาก็จะเล็กลงด้วยเช่นกัน แต่ทะว่าการจะให้ส่วนที่มีปัญหาเปลี่ยนไปเลยแบบ100%เต็มคงทำไม่ได้

มาถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งท้อหมดกำลังใจไป เพราะลดมากหรือลดน้อยก็ยังลดได้อยู่ดี อย่างน้อยก็ทำให้ส่วนที่มีปัญหากระชับได้รูปทรงมากขึ้น แต่การลดให้ส่วนที่มีปัญหาเล็กลงต้องอาศัยความพยายาม และความอดทนใช้เวลากับมันจนกลายเป็นนิสัยจะดีที่สุด

ซึ่งการออกกำลังกายที่จะได้ผลมากที่สุดคือ การออกกำลังกายที่สามารถทำได้บ่อยๆและสม่ำเสมอ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆคนคงจะไม่สะดวกเดินทางออกไปออกกำลังกายตามสถานที่ต่างๆนอกบ้านเป็นแน่ และพอจะมีเวลาเล็กๆน้อยๆทำกายบริหารอยู่กับบ้านเท่านั่น

กระชับต้นขาบอกลาขาเบียดด้วยเก้าอี้
ท่าออกกำลังกายลดขาเบียดชุดนี้จะเป็นท่าออกกำลังกายที่ดัดแปลงเอาอุปกรณ์พื้นๆอย่างเก้าอี้ที่มีอยู่แทบทุกบ้าน มาร่วมกับท่าออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนักตัวเราเป็นแรงต้าน(Body Weight) เป้าหมายเพื่อกระชับต้นขา ขา และก้น แถมได้ออกกำลังกายส่วนอื่นๆไปพร้อมๆกันอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

กินเจช่วงคุมน้ำหนัก กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

เทศกาลถือศีลกินเจ เวียนมาครบรอบปีอีกแล้ว ถือเป็นเทศกาลที่ได้รับความสนใจ ทั้งในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนและคนทั่วไป เพราะหลายคนเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่จะได้งดการฆ่าและรักษาชีวิตสัตว์ที่มาเป็นอาหารให้กับเรา และยังเป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้ทำ detox ล้างสารพิษต่างๆที่มาจากอาหารที่เราทานกันอย่างไม่ได้ยั้งคิดไปในตัว

การถือศีล กินเจ หรือ ประเพณีถือศีลกินผัก ถือเป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋าโดยมีการปฏิบัติเคร่งครัดเรื่องการกิน รวม 9 วัน กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนและมีตำนานเล่าขานกันหลายตำนานตามแต่ความเชื่อของแต่ละพื้นที่

ในปัจจุบัน เทศกาลกินเจมักจัดขึ้นในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตลอดจนหมู่เกาะรีออในอินโดนีเซียและอาจมีในบางประเทศในแถบเอเชีย เช่น ภูฏาน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง อีกด้วย

จุดประสงค์ของการกินเจ เทศกาลถือศีลกินเจ
การรับประทานเจนั้นต่างคนอาจมีจุดมุ่งหมายต่างกันไปตามแต่ความเชื่อ แต่สามารถแยกกลุ่มที่มีจุดประสงค์แตกต่างกันได้ดังนี้

การกินเพื่อสุขภาพ
อาหารเจถือว่าเป็นอาหารประเภทชีวจิตอย่างนึง เมื่อรับประทานติดต่อกันได้ตามระยะเวลา ก็จะทำให้ร่างกายเกิดสมดุล ทำให้ร่างกายปรับตัว สามารถขับสารพิษของเสียต่างๆออกจากร่างกายได้ ปรับระบบการไหลเวียนเลือด และระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การกินด้วยจิตเมตตา
การรับประทานอาหารเจ ตามความเชื่อเรื่องการทำบุญ ทำทานแก่สัตว์ร่วมโลก เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ดังนั้น ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจ เช่นเดียวกับคนเรา จึงถือโอกาส ละเว้นการทานเนื้อสัตว์ในช่วงเวลานี้

การกินเพื่อละเว้นกรรม
สำหรับผู้ที่มีความเชื่อเรื่องบาปบุญ เวรกรรมจากภพภูมิที่แล้ว จะตระหนักว่าการกินโดยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อผู้หยั่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่า หันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

5 ขั้นตอนเพื่อสร้างซิกแพค

ความฝันอันสูงสุดอย่างนึงของ คนออกกำลังกาย คือ อยากมีซิกแพคสวยๆไว้อวดใครต่อใคร แต่การจะได้ซิกแพคงามๆมานั้นใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยแรงกายแรงใจมากมาย แต่ทำได้ด้วยเทคนิคเหล่านี้

พูดถึงเรื่องการดูแลรูปร่าง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใครก็อยากมีหน้าท้องงามๆ ซิกแพคแน่นๆสวยๆกันทั้งนั้น แต่การที่จะได้มาซึ่งกล้ามท้องในฝันนั้น จำเป็นจะต้องใช้ทั้งแรงกาย แรงใจ และความมีระเบียบวินัยอยู่ไม่น้อย

คนออกกำลังกาย สร้างซิกแพคที่เรียกกันมันคืออะไรกัน
เราเรียกกันติดปากว่า ซิกแพค แต่ความจริงแล้วการที่จะมีซิกแพคที่สวยได้นั้น จำเป็นจะต้องฝึกและสร้ากล้ามเนื้อส่วนท้องทั้งหมดให้แข็งแรง ซึ่งกล้ามเนื้อช่วงท้อง ไม่ได้มีแต่ซิกแพคเท่านั้น แต่กล้ามท้องของเรานั้นประกอบด้วยกล้ามเนื้อมัดหลักๆ 3 ส่วนได้แก่

กล้ามเนื้อส่วนแรกคือ Rectus abdominis มีลักษณะเป็นก้อนกล้ามเนื้อ ที่เรียงต่อกัน 6 ถึง 8 ลูก ตรงส่วนกลางของลำตัว เจ้าตัวนี้นี่เองที่เราเรียกกันติดปากว่า Six-Packs
กล้ามท้องส่วนต่อมาคือ Oblique เป็นกล้ามท้องด้านข้าง เป็นส่วนที่เป็นขอบของ Six-Packs ที่เรียงตัวอยู่ด้านทางข้างของลำตัว ต่อเนื่องไปถึงเอวส่วนเหนือสะโพก
ส่วนสุดท้ายคือ Transverse Abdominis เป็นกล้ามเนื้อส่วนในที่สอดอยู่ใต้กหล้ามเนื้อ Rectus abdominis อีกที ซึ่งกล้ามเนื้อส่วนนี้จะมองไม่เห็นจากด้านนอกร่างกาย
เชื่อหรือไม่? กล้ามเนื้อซิกแพคเป็นกล้ามเนื้อที่ทุกคนมีติดตัวกันอยู่แล้ว ถึงแม้ไม่ได้รับการฝึก แต่ที่บางคนมี บางคนไม่มี เนื่องจาก กล้ามเนื้อส่วนท้อง (Six packs) จะเห็นได้เด่นชัด ต่อเมื่อมีปริมาณไขมันในช่องท้องน้อย ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีซิกแพค คือคนที่มีไขมันหนาๆพอกอยู่เหนือซิกแพค

กรณีนี้ก็เช่นเดียวกันกับคนที่มีรูปร่างผอม แต่กลับไม่เห็นซิกแพค เนื่องจากมีการสะสมไขมันที่ท้องมากกว่าส่วนอื่นหรือ เป็นกลุ่มอ้วนลงพุง การจะลดไขมันรอบพุงจึงต้องทำทั้งการควบคุมโภชนาการและการออกกำลังกายควบคู่กัน อ่านเพิ่มเติม

Categories
สุขภาพ

7 ธัญพืชที่มีความโดดเด่น

7 ธัญพืชที่มีความโดดเด่น ในกลุ่มถั่วและ เมล็ดพืช พื้นบ้านไทย มีประโยชน์และมีคุณค่าสารอาหารเทียบเท่า Super food จากต่างชาติ อร่อย แถมซื้อหาได้ในราคาสบายกระเป๋า
ในปัจจุบันการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในสังคมไทย ทั้งธัญพืชที่มาจากต่างประเทศอย่างเมล็ดลินิน ข้าวโอ๊ต ข้าวคีนัว หรือเมล็ดเชีย กำลังเป็นที่สนใจอย่างมากในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะข้อมูลที่บ่งบอกถึงคุณประโยชน์ต่างๆ จนได้เชิดชูว่าเป็นกลุ่มอาหาร Super food ซึ่งความจริง ธัญพืชอุดมประโยชน์เทียบเท่า Super Food ที่มีขายทั่วไปในตลาดบ้านเรานั้น ก็มีสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารไม่แพ้ธัญพืชที่นำเข้าจากต่างชาติเหล่านี้เลย แถมยังมีราคาที่ถูกกว่าหลายเท่าตัว

ทำไมธัญพืช เมล็ดพืช ถึงมีประโยชน์
ธัญพืช คือเมล็ดของพืชชนิดต่างๆ ที่นิยมใช้ทำเป็นอาหารมาเนิ่นนาน และได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ให้โปรตีนสูง และมีไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายพูดถึงประโยชน์ของการทานธัญพืช ว่าช่วยบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ ช่วยต้านความเสื่อมถอย ช่วยชะลอวัย ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และลดไขมันในร่างกายได้

ซึ่งการทานธัญพืชให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ต้องทานธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการ ขัด สี บด หรือแปรสภาพให้เป็นผง (แป้ง) เพราะธัญพืชเหล่านี้จะสูญเสียคุณค่าทางอาหารไปค่อนข้างมากในระหว่างการแปรรูป การนำธัญพืชเต็มเมล็ดมาประกอบอาหารโดยตรงจึงทำให้ได้รับประโยชน์จากธัญพืชได้มากกว่านั้นเอง

ธัญพืชไทยมีประโยชน์ไม่แพ้ใคร
ความจริงธัญพืชพื้นบ้านไทยมีประโยชน์โดดเด่น ไม่แพ้ของต่างชาติเลย เพียงแต่การวิจัยคุณค่าทางอาหารและงานวิจัยธัญพืชแบบเชิงลึกนั้น ยังไม่เกิดขึ้นมากนัก จึงทำให้คนส่วนใหญ่หลงลืมธัญพืชแบบไทยๆ ที่ให้ประโยชน์ไป สำหรับธัญพืชไทยดาวเด่นที่หาซื้อได้สะดวก แต่ให้ประโยชน์ไม่ธรรมดาของบ้านเรา อ่านเพิ่มเติม