Categories
ฟิล์มติดรถยนต์

เลือกฟิล์มติดรถอย่างไร ให้เหมาะกับอากาศทะลุ 40 องศา

ฟิล์มติดรถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากโดยเฉพาะเมืองไทยที่มีอากาศและแสงแดดร้อนรุนแรงทะลุ 40 องศา เกือบทั้งปี คงไม่มีใครถอยรถใหม่ป้ายแดงมาแล้วไม่ติดฟิล์ม และก็คงไม่มีรถยนต์คันไหนที่วิ่งในท้องถนนประเทศไทยไม่ติด ฟิล์มกรองแสง เว้นแต่รถยนต์สาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถตู้ และรถเมล์ ที่กฎหมายเค้าห้ามติดฟิล์มเท่านั้น นั้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยหลักที่ต้องมีถ้าคุณมีรถยนต์

คุณสมบัติของฟิล์มกรองแสงนั้นมันจะช่วยลดความสว่างของแสงเข้ามาผ่านในรถสร้างความเป็นส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง ลดรังสี UV ที่เป็นตัวการร้ายที่ทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนัง และช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสารไม่ให้รถคุณเป็นเตาอบได้เป็นอย่างดี แถมยังปกป้องรักษาอุปกรณ์ต่างๆภายในรถไม่ให้เสียหายจากการโดนแดดเผาอีกด้วย

การเลือกฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์โดยทั่วไปแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่จะให้ประหยัดและคุ้มค่า ควรมีความเข้าใจพื้นฐานของระบบการทำงานของฟิล์มกรองแสงจะช่วยทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อฟิล์มมาติดรถยนต์ของเราง่ายขึ้น วันนี้เรามีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงรถยนต์มาฝากกันเผื่อเป็ยข้อมูลในการเลือกซื้อฟิล์มติดรถยนต์ของคุณ

1.เลือกฟิล์ม
ฟิล์มกรองแสงที่ดีไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียวแต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์นั้นก็หมายความว่าฟิล์มเข้มไม่ได้แปลว่าลดความร้อนได้สูง ซึ่งการเลือกฟิล์มกรองแสงที่ดีควรดูจาก เปอร์เซ็นต์การลดความร้อน, เปอร์เซ็นต์การลดรังสียูวี, เปอร์เซ็นต์การสะท้อนแสง และ เปอร์เซ็นต์แสงส่องผ่าน

2.เลือกรับประกัน
การรับประกันคุณภาพเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่ในการตัดสินใจ โดยทั่วไปแล้วฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์จะมีการรับประกันคุณภาพไม่ต่ำกว่า 5 ปี บางราย 7 หรือ 10 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการรับประกันด้วย

3.เลือกร้านติดตั้งและช่างที่ชำนาญการ
เรื่องนี้ส่วนสำคัญที่จะให้คุณได้รับ ฟิล์มกรองแสง คุณภาพดีและงานที่เรียบร้อยไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง โดยหาร้านจากผู้ที่เคยใช้บริการมาก่อนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดโดยเฉพาะเว็บไซต์ตามคลับรถในรุ่นที่ท่านใช้และเลือกเอาแหล่งที่คุณสะดวก

ประเภทฟิล์มกรองแสง
1.แบบธรรมดาย้อมสี
ฟิล์มชนิดนี้เป็นฟิล์มธรรมดาที่มีคุณสมบัติทำให้แสงผ่านเข้ามาในรถยนต์อ่อนลงหรือลดความเข้มข้นโดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆจากแสงแดด ทำให้ไม่มีคุณสมบัติที่จะลดความร้อนหรือแสงที่มีอันตรายใดๆ เนื้อฟิล์มจะเปลี่ยนสภาพเสื่อมเป็นสีม่วงเร็ว และมีอายุการใช้งานที่สั้น โดยเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี แต่ฟิล์มประเภทนี้ราคาจะถูกมากๆแบบรอบคัน 1500 บาทประมาณนี้เลย

2.แบบลดความร้อน
ฟิล์มประเภทนี้จะมีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆ จากแสงแดด ด้วยคุณสมบัติพิเศษเนื้อฟิล์มถูกเคลือบด้วยโลหะพิเศษ สามารถกันรังสีที่เป็นอันตรายต่างๆได้ แถมยังกันความร้อนได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันสามารถแบ่งย่อยได้ ดังนี้

ฟิล์มเคลือบโลหะ หรือ ฟิล์มปรอท
เป็นฟิล์มสำหรับลดความร้อนภายในห้องโดยสารโดยเฉพาะ บางตัวสามารถกันได้มากถึง 90 % วิธีสังเกตรถยนต์ที่ติดฟิล์มปรอท จะมองตอนกลางวันจากภายนอกเข้าไปที่รถยนต์ จะพบว่า กระจกมีลักษณะคล้ายสายรุ้งสีต่างๆ แต่ไม่สามารถมองเข้าไปในตัวห้องโดยสารได้เลย

พิล์มนิรภัย
ชื่อก็บอกอยุ่ว่านิรภัย คือการป้องกันการแตกร้าวของกระจก และมีแบบทนความร้อน กับไม่ทันความร้อน มีความหนาอยู่ที่ 4 MIL ขึ้นไป แต่ก่อนนิยมเป็นอย่างมากที่จะใช้ในอาคารตึกสูงๆ แต่ปัจจุบันนำมาใช้ประกอบกับหน้าจอมือถือ และ กระจกหน้ารถยนต์เพิ่มมากยิ่งขึ้น

ฟิล์มอินฟราเรด
ฟิล์มแบบพิเศษที่มีความสามารถไปตัดรังสีอินฟราเรดได้ทำให้ได้คุณสมบัติหลักคือกันความร้อนได้ดีเยี่ยม แต่มีราคาสูงตามคุณสมบัติของมัน

ฟิล์มใสประเภทนาโน
เป็นฟิล์มลักษณะใส แต่ลดความร้อนในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี ป้องกัน UV ได้อีกต่างหาก ที่สำคัญแสงส่องผ่านมากถึง 60 % หรืออาจมากกว่านี้ ไม่มีเงาสะท้อน ที่สำคัญมีราคาแพงมากจร้า

ฟิล์มเซรามิค
ฟิล์มประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ฟิล์มประเภทนี้ใช้อนุภาคนาโนเคลือบลงบนแผ่นฟิล์มแทนการย้อมสีหรือการฉาบด้วยโลหะ ทำให้ได้ฟิล์มเกรดพรีเมียมที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการป้องกันรังสี UV และความร้อนที่ดีเยี่ยม เนื้อฟิล์มคมชัด ไม่สะท้อนแสง ทำให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ดีกว่าฟิล์มทั่วๆไปทั้งกลางวันและกลางคืน ที่สำคัญมองจากภายนอกจะมีสีดำสนิทเพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่เมื่อเข้ามานั่งภายในจะสว่างใส อีกทั้งไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ , GPS , Easy Pass

ทั้งนี้การใช้เลือกใช้ฟิล์มจริงๆ ควรจำไว้ว่าฟิล์มกรองแสงที่ดีไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายในการขับขี่ และควรคำนึงถึง งบประมาณ และความจำเป็นของคนขับเป็นหลัก ใช้รถยนต์บ่อยแค่ไหน ขับรถยนต์ช่วงไหนเป็นหลักเพราะ ราคาของฟิล์มติดรถยนต์มีความแตกต่างกันในเรื่องราคา แบบถูกๆ ก็หลักร้อย แบบดีๆ ก็โดดไปเป็นหลายหมื่นกันเลยทีเดียว

ฟิล์มติดรถยนต์ ได้มารตฐานจากทั่วโลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *